กสทช.

คสช. คืนเวลาทีวีดิจิทัล ทั้ง 2 รายการ  เริ่ม 16 ก.ค. 62

คสช. คืนเวลาทีวีดิจิทัล ทั้ง 2 รายการ เริ่ม 16 ก.ค. 62

ในที่สุดรายการที่คสช.ออกอากาศเป็นประจำทางช่องทีวีดิจิทัลทุกช่องเป็นเวลากว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.2557 ในทุกเย็นวันจันทร์-พฤหัส เวลา 18.00-18.20 น. และเวลา 20.15-20.40 น.ในวันศุกร์ ตั้งแต่คสช. ในชื่อรายการ “คืนความสุข ให้คนในชาติ” จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในปัจจุบัน ได้ถึงเวลาลาจออย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 16 ก.ค.2562  คสช.ได้มีการแจ้งไปยังโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท) เมื่อตอนเย็นวันที่ 15 ก.ค.อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทุกช่องทีวีดิจิทัลเตรียมการจัดรายการปกติของทางสถานีตามเดิม  ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ก.ค. เป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้า ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
กสทช. สรุปอย่างเป็นทางการ ยอดคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล 7 ช่อง รวมค่าชดเชย 2,932.68 ล้านบาท

กสทช. สรุปอย่างเป็นทางการ ยอดคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล 7 ช่อง รวมค่าชดเชย 2,932.68 ล้านบาท

สำนักงาน กสทช. สรุปการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล 7 ช่อง รวมค่าชดเชย 2,932.68 ล้านบาท           นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. สรุปการคืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล รวมจำนวน 7 ช่อง ดังนี้ บริษัท สปริง 26 จำกัด(หมายเลขช่อง 26 หรือช่อง NOW เดิม) จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 15 ส.ค. 2562 และให้ยุติการออกอากาศได้เช้าวันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 00.01 น. ค่าชดเชยก่อนหักเงินค้างชำระงวดที่ 4จำนวน 890,834,580.43 บาท หักยอดค้างชำระงวด 4 และภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 215,070,000 บาท คงเหลือเงินค่าชดเชยสุทธิจำนวน 675,764,580.43 บาท 2.บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด (หมายเลขช่อง 19 หรือช่อง Spring News) จะออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 15 ส.ค. 2562 และ
บทสรุป 7 ช่องจอดำ กสทช.จ่ายชดเชยรวมเกือบ 3 พันล้านบาท

บทสรุป 7 ช่องจอดำ กสทช.จ่ายชดเชยรวมเกือบ 3 พันล้านบาท

ข้อสรุปเบื้องต้นสำหรับ 7 ช่องทีวีดิจิทัล ที่ขอคืนใบอนุญาต กสทช.จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ทั้ง 7 ช่องเป็นเงินรวมเกือบ 3 พันล้านบาท โดยล่าสุดกสทช.ได้เปิดเผยวงเงินชดเชยของช่อง 3SD หรือช่อง 28 ไว้ที่ 680 ล้านบาท และช่อง 3Family หรือช่อง 13 ได้เงินชดเชย 162 ล้านบาท รวมเป็นของกลุ่มช่อง 3 ทั้งหมด 842 ล้านบาท ส่วนช่อง MCOT Family จะได้เงินชดเชย163 ล้านบาท ทั้งนี้ทั้ง 2 ช่องของกลุ่มช่อง 3 ทั้งช่อง 3SD และ 3Family จะยุติการออกอากาศในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนช่อง MCOT Family จะเลิกออกอากาศในวันที่ 16 ก.ย.เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้บอร์ดกสทช.ได้อนุมัติ แผนการจ่ายชดเชยให้กับ 4 ช่อง ได้แก่ สปริงนิวส์ สปริง 26  ไบรท์ทีวี และวอยซ์ทีวี โดย สปริงนิวส์ สปริง 26  ไบรท์ทีวี ในวงเงินชดเชย 500 ล้านบาท, 675 ล้านบาท และ 371 ล้านบาทตามลำดับ โดยทั้ง 3 ช่อง จะยุติการออกอากาศวันที่ 16 ส.ค. ส่วน วอยซ์ทีวี จะได้รับเงินชดเชย 378 ล
4 ช่องเตรียมจอดำ หลังคืนใบอนุญาต พร้อมรับเงินชดเชยเกือบ 2 พันล้านบาท

4 ช่องเตรียมจอดำ หลังคืนใบอนุญาต พร้อมรับเงินชดเชยเกือบ 2 พันล้านบาท

กสทช.ได้มีข้อสรุปสำหรับ 4 ใน 7 ช่องทีวีดิจิทัล ที่ขอคืนใบอนุญาตแล้ว โดย 3 ช่อง ได้แก่ สปริงนิวส์ สปริง 26 และ ไบรท์ทีวี จะยุติการออกอากาศหลัง 15 ส.ค. ส่วน วอยซ์ทีวี จะเริ่มจอดำ 1 ก.ย.นี้ รวม 4 ช่องได้รับเงินชดเชย 1,924 ล้านบาท ทั้งนี้วอยซ์ทีวีเป็นรายล่าสุด ณ วันที่ 2 ก.ค.2562 ที่กสทช.ได้มีข้อสรุปว่าจะให้เงินชดเชยจากการคืนใบอนุญาตเป็นวงเงิน 378 ล้านบาท เนื่องจากวอยซ์ทีวีได้จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตจำนวน 4 งวดไปแล้ว เป็นวงเงินรวม 886 ล้านบาท เมื่อนำมาหักค่าใช้จ่าย ตามสูตรคำนวณแล้ว ได้จำนวนเงินที่กสทช.จะชดเชยให้จำนวน 378 ล้านบาทส่วนอีก 3 ช่อง ได้แก่ช่องสปริงนิวส์ สปริง 26 และไบรท์ทีวีนั้น กสทช.ได้สรุปไปก่อนหน้านี้แล้วว่า จะยุติการออกอากาศหลังจาก 15 ส.ค.นี้ โดยช่องสปริงนิวส์ จ่ายเงินค่าประมูลไปแล้ว 878 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายแล้ว มียอดเงินชดเชยที่จะได้จากกสทช. 500 ล้านบาท ส่วนช่องสปริง 26 จ่า
สำนักงาน กสทช. เปิดตัวแอปพลิเคชัน “พฤติมาตร” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง 

สำนักงาน กสทช. เปิดตัวแอปพลิเคชัน “พฤติมาตร” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง 

ข่าวประชาสัมพันธ์ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า แอปพลิเคชัน “พฤติมาตร” ของสำนักงาน กสทช. เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง ภายใต้แนวคิดที่ผู้บริโภคสามารถเรียกดูข้อมูลการใช้งานได้ตลอดเวลา รวมทั้งข้อมูลประวัติการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของตนเองได้อย่างแท้จริงและรู้เท่าทัน และสามารถปรับแพ็คเกจหรือโปรโมชันโทรศัพท์ในอนาคตให้เหมาะกับการใช้งานของตนเองได้ การออกแบบแอปพลิเคชัน “พฤติมาตร” คำนึงถึงการใช้งานที่จะต้องใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อน โดยหน้าจอหลักจะแสดงข้อมูลประจำวันใน 3 ส่วน ได้แก่ 1) ปริมาณการใช้บริการ การโทร SMS และ MMS 2) ปริมาณการใช้บริการ Upload / Download และ 3) ปริมาณการใช้งานกลุ่มแอปพลิเคชันวัน
สำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์

สำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์

สำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงานกสทช.รายงานข้อมูลจำนวนผู้รับฟังวิทยุคลื่นหลักในระบบเอฟ.เอ็ม. จำนวน 40 สถานี (87.5 MHz – 107.0 MHz) จากทุกช่องทาง (เช่น เครื่องรับวิทยุ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์) ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่รวบรวมข้อมูลโดยนีลเส็น พบว่า ในเดือนพฤษภาคม 2562 มีประชากรไทยอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป รับฟังวิทยุ ประมาณ 10,211,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า (เมษายน 2562) ประมาณ 125,000 คน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 1.24 ทั้งนี้ จากข้อมูลพฤติกรรมการรับฟังวิทยุ (Radio Listening Behavior) พบว่า ผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับฟังวิทยุที่บ้าน (ร้อยละ 52.18) ตามมาด้วยการรับฟังวิทยุในรถ (ร้อยละ 40.45) ในที่ทำงาน (ร้อยละ 7.08) และอื่นๆ (ร้อยละ 0.29) นอกจากนี้ ยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่นิยมรับฟังวิทยุผ่านทางเครื่องรับวิทยุ (ร้อยละ 72.18) ตามม
เร็วทันใจ 3 ช่อง ได้คืนแบงค์การันตีเรียบร้อย

เร็วทันใจ 3 ช่อง ได้คืนแบงค์การันตีเรียบร้อย

หลังจากกสทช.ได้ประกาศให้ทีวีดิจิทัลที่ประกอบกิจการอยู่ สามารถทำเรื่องขอรับคืนแบงค์การันตีได้ในวันที่ 20 มิ.ย.2562 เป็นวันแรก เนื่องจากกสทช.ประสบความสำเร็จในการขายคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่ธุรกิจทีวีดิจิทัลเคยใช้งานอยู่ ให้กับ 3 บริษัท เอไอเอส ทรู และดีแทคไปในมูลค่ารวม 56,544 ล้านบาท ในวันนี้ (20 มิ.ย. 62) ได้มี 14 ช่องทีวีดิจิทัล แจ้งมายังกสทช.เพื่อขอรับแบงค์การันตีคืน โดยมี 3 ช่องที่มีเอกสารครบและได้รับแบงค์การันตีคืนแล้ว ได้แก่ ช่องวัน ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 และช่อง 8 ทั้งนี้แบงค์การันตี เป็นเอกสารทางเงินที่แต่ละช่องต้องส่งให้กสทช.ตั้งแต่จ่ายเงินค่าประมูลงวดแรกเพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายเงินค่าประมูล โดยจะแบ่งเป็นแบงค์การันตีรายงวด ซึ่งจะได้รับคืนเมื่อชำระการประมูลในแต่ละงวดเสร็จสิ้น การขอคืนเร็วเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของแต่ละบริษัทที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแบงค์การันตีให้กับธนาคารด้วย สำห
error: Content is protected !!