ฟุตบอลโลก 2026 กำลังถูกจับตาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกว่ารัฐจะดำเนินการอย่างไร ต่อรองราคาได้แค่ไหน เพราะเป็นกีฬาที่ค่าลิขสิทธิ์สูงตามความนิยมที่เป็นคอนเทนต์กีฬาต้องดูสดถึงจะสนุก ซึ่งในอดีตยุคหนึ่งมีการแข่งขันซื้อลิขสิทธิ์กันอย่างเข้มข้น แต่มาในยุคหลังเอกชนเริ่มถอย จนเริ่มมีรัฐเข้ามาดำเนินการจัดสรรงบมาอุดหนุน
ย้อนเวลาไปในอดีต คนไทยได้ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ครั้งแรกปี 1970 หรือ พ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นปีแรกที่ถ่ายทอดภาพสี แมตช์ชิงชนะเลิศ บราซิล ชนะ อิตาลี 4-1 จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ หรือทีวีพูล (จากการรวมตัวกันของ ช่อง 3 5 7 9 ในยุคทีวีอะนาล็อก) โดยในปี 1990 ได้ดูฟุตบอลโลกครบทุกแมตช์
มาปี 2002 และ 2006 เป็นมหกรรมฟุตบอลโลก ที่มีจุดขายคือไม่มีโฆษณาคั่น จัดให้โดย บริษัททศภาค กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ หรือช้าง เข้าไปแข่งซื้อลิขสิทธิ์จากฟีฟ่า โดยเจรจาค่าลิขสิทธิ์ได้ ปีละ 3.75 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 220 ล้านบาทในเวลานั้น
ต่อมาฟุตบอลโลกในปี 2010 และ 2014 ยุคกล่องทีวีดาวเทียมที่อาร์เอสกำลังขยายฐานคนดู ก็ไปซื้อลิขสิทธิ์มาโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าซื้อที่เท่าไร แต่เจอกฎ Must Have ต้องให้คนไทยได้ดูทั่วถึงเท่าเทียม กสทช.ต้องจ่ายค่าชดเชยให้อาร์เอส 427 ล้านบาท
มาถึงฟุตบอลโลก ปี 2018 ยุคทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ทรูวิชั่นส์ ได้ลิขสิทธิ์มาในราคาประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาท ประมาณ 960 ล้านบาทในเวลานั้น ขณะนั้นรวมกับภาคเอกชนอีกหลายราย ในการบริหารจัดการ ใช้ทุนรวมๆ ประมาณ 1,400 ล้านบาท และจัดการถ่ายทอดสดในช่องทรูโฟร์ยู อมรินทร์ทีวี ททบ.5 และเคเบิลทรูวิชั่นส์
หลังจากนั้น ธุรกิจทีวีดิจิทัลของหลายช่องขาดทุนล้มระเนระนาด ไม่มีใครมีเงินทุนหนา และสปอนเซอร์ก็ไม่พร้อมทุ่มอย่างเคย ฟุตบอลโลกปี 2022 จึงดำเนินการโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประสานฟีฟ่า ตามนโยบายของ ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น สั่งการให้จัดมาให้คนไทยดู ตามที่ผู้ว่ากทท.ยุคนั้นบอกว่า คิดมา 1,600 ล้านบาท แต่ต่อรองเหลือ 1,400 ล้านบาท โดยกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือกทปส. จัดสรรงบให้ 600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ กกท.จัดสรรมา จากสปอนเซอร์เอกชนหลายราย กระจายถ่ายทอดสดไป ดำเนินการภายในประมาณ 1 เดือน แมตช์แรกก็มีการถ่ายทอดสดวันที่ 20 พ.ย. 2022 พอดี
มารอบนี้ฟุตบอลโลก 2026 กำลังถูกจับตาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ เพราะการแข่งขันน่าคึกคักกว่าที่ผ่านมา จากจำนวนทีมเพิ่มเป็น 48 ทีม จากเดิม 32 ทีม แข่งแบบพบกันหมด เท่ากับมี 104 แม็ตช์ จากเดิม 64 แม็ตช์ และมีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก แต่ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนในการเจรจาค่าลิขสิทธิ์ เพราะกำหนดจะมีขึ้นวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 นี้แล้ว
รอดูฝีมือกันว่า คนเจรจารอบนี้จะได้ราคาถูกหรือแพง และที่สำคัญจะจัดสรรการถ่ายทอดสดให้แฟน ๆ แต่ละช่องได้ดูกันยังไงบ้าง

