เกาะติดจอ

บอลพรีเมียร์ลีก ได้ดูผ่านทีวีแน่ FB เจรจาหาพาร์ทเนอร์

บอลพรีเมียร์ลีก ได้ดูผ่านทีวีแน่ FB เจรจาหาพาร์ทเนอร์

เกาะติดจอ
 ข่าวที่บรรดาแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษคอยลุ้น คือ การถ่ายทอดสดการแข่งขันในฤดูกาลหน้านี้จะสามารถรับชมได้ทางไหน และจะมีออกอากาศทางช่องทางทีวีปกติหรือไม่ เนื่องจาก Facebook เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกใน 3 ฤดูกาล 2019-2022 นี้ จนมีการคาดการณ์ว่าจะถ่ายทอดเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น   ล่าสุดทางเฟซบุ๊กได้เริ่มเคลื่อนไหว ในการเจรจากับช่องทีวี เพื่อขายลิขสิทธิ์ในการออกอากาศทางช่องทางทีวีดิจิทัล, เพย์ทีวีด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขในการซื้อลิขสิทธิ์ที่จะต้องมีการออกอากาศในช่องทางฟรีทีวีและเพย์ทีวีด้วย   สำหรับลิขสิทธิ์ที่เฟซบุ๊กได้ไปนั้น มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ เป็นลิขสิทธิ์ที่รวมทุกช่องทางออกอากาศรวมถึงช่องทางออนไลน์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีบางฝ่ายคาดการณ์ว่าเฟซบุ๊กอาจจะนำมาถ่ายทอดสดทางช่องทางเฟซบุ๊กเท่านั้น เพื่อขยายตลาดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นทั้งภูมิภาค   
เรตติ้งเรื่องนี้ “ไม่ได้โม้”

เรตติ้งเรื่องนี้ “ไม่ได้โม้”

เกาะติดจอ
ส่องเรตติ้ง “สมรักษ์ คำสิงห์” ร่วมเล่น “รักสุดปลายนวม”     ชีวิตจริง ต้องสู้ ยิ่งกว่าอยู่บนเวทีมวย และดราม่ายิ่งกว่าละคร ไม่ต่างจากชีวิต “สมรักษ์ คำสิงห์” ในเวลานี้ หลังจากมีเอกสารเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์​ เรื่องคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของสมรักษ์ และภรรยา จึงเป็นข่าวดังเปรี้ยงนาทีนี้ ผ่านสื่อมากมาย เรื่องราวที่ไม่ได้โม้ของ สมรักษ์ คือ เป็นฮีโร่นักมวยที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ได้เหรียญมากมาย โดยเฉพาะเหรียญทองโอลิมปิกส์ เมื่อปี 2539  ชีวิตไม่ต่างจากนักมวยหลายคนเมื่อดังแล้ว มักจะเข้ามาสู่หน้าจอทีวี เป็นนักแสดงหลากหลายบทบาท แล้วแต่คาแรคเตอร์คนนั้น สมรักษ์ ก็เช่นกัน ข้อมูลจากวิกิพีเดียรวมไว้ว่า สมรักษ์ เล่นละครทีวี ซิทคอม หนังมาแล้ว 14 เรื่อง ทั้งช่อง 3 ช่อง 7 และช่อง 8  แม้จะไม่ใช่พระเอก แต่ก็ได้บทเด่นหลายเล่น หรือเป็นนักแสดงประกอบ ดารารับเชิญ
ทีวีไดเร็ค เตรียมซื้อสปริงนิวส์ 90.10% ผ่อนจ่าย 124 เดือน   949.22ลบ

ทีวีไดเร็ค เตรียมซื้อสปริงนิวส์ 90.10% ผ่อนจ่าย 124 เดือน 949.22ลบ

เกาะติดจอ
ทีวีไดเร็ค เตรียมซื้อสปริงนิวส์ 90.10% ผ่อนจ่าย 124เดือน 949.22 ล้านบาท   ใบอนูญาตทีวีดิจิทัลเปลี่ยนมืออีกรายแล้ว เมื่อทีวีไดเร็ค เจ้าตลาดวงการทีวีช็อปปิ้ง แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมบอร์ดบริษัทได้อนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นของบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น (SPTV) ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ภายใต้ใบอนุญาตกสทช. จากบริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น (SPC) ในสัดส่วนไม่น้อยว่า 90.10% ในมูลค่ารวมทั้งสิ้น 949.22 ล้านบาท   โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้ - ทีวีไดเร็คจะชำระค่าหุ้น SPTV ให้แก่ SPC เดือนละ 7,655,000บาท เป็นเวลา 124 เดือน จนถึงวันสิ้นสุดของใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในวันที่ 24 เมษายน 2572 รวมเป็นมูลค่าทั้งหมด 949,220,000 บาท   - ทีวีไดเร็คจะชำระค่าผลิตรายการข่าวและสาระ เดือนละ 1,055,000 บาท ให้ SPC และให้สิทธิ SPC ขาย
ส่องโฆษณาช่อง 11 หรือ NBT ท่ามกลางกระแสค้าน

ส่องโฆษณาช่อง 11 หรือ NBT ท่ามกลางกระแสค้าน

เกาะติดจอ
จากการสำรวจโฆษณาที่ออนแอร์ 8 เดือนแรกของปีนี้ ในช่องเอ็นบีที หรือช่อง 11 ประมาณการได้ว่ามีมูลค่ากว่า 683 ล้านบาท มากกว่าช่องทีวีดิจิทัลของเอกชนกว่า 10 ช่อง จากภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวี 8 เดือนแรก ของปี 2561  (มกราคม-สิงหาคม) ที่นีลเส็นสำรวจ และประมาณการ 24 ช่อง (ยกเว้นไทยพีบีเอส เพราะไม่มีรายได้จากโฆษณา)  นั้น มีมูลค่ารวม  44,946 ล้านบาท กลุ่มทีวีอนาล็อกเดิมที่ออกอากาศในระบบดิจิทัล 5 ช่อง ที่มีรายได้จา กโฆษณา คือ ช่อง 3 5 7 9 ช่อง 11 รวมกันได้ประมาณ 25,652 ล้านบาท ส่วนช่องทีวีดิจิทัล 19 ช่อง รวมกันประมาณ 19,294 ล้านบาท ในส่วนของช่อง  11 นั้น ประมาณการรายได้โฆษณาจากที่ได้จากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ แต่ละเดือนประมาณ 70-90 ล้านบาท รวม 8 เดือนประมาณ 683 ล้านบาท โดยเดือนที่มีรายได้เกิน 90 ล้านบาท นั้นคือมกราคม มีนาคม และเมษายน ส่วนเดือนที่น้อยที่สุดคือกรกฎาคมประมาณ 70 ล้านบาท  สำหรับ
สภาวิชาชีพข่าวฯ ค้านช่อง NBT มีโฆษณา

สภาวิชาชีพข่าวฯ ค้านช่อง NBT มีโฆษณา

เกาะติดจอ
หลังจากที่มีคำสั่งคสช.ฉบับที่ 9/2561 วันที่ 23 พ.ค.61 ได้มีการระบุเปิดทางให้กรมประชาสัมพันธ์สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้เท่าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการ โดยไม่เป็นการมุ่งแสวงหากำไรทางธุรกิจนั้น กสทช.ได้มีการร่างประกาศหลักเกณฑ์เพื่อรองรับคำสั่งดังกล่าว และได้มีการจัดรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากการรับฟังความเห็นในวันดังกล่าว สภาวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์คัดค้าน ร่างประกาศดังกล่าวของกสทช. โดยระบุว่า การให้ช่อง 11 NBT หารายได้จากโฆษณาทางธุรกิจแข่งขันกับภาคเอกชนเป็นการทำลายกลไกตลาดและสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบกิจการทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลซึ่งประกอบกิจการทางธุรกิจโดยวิธีประมูล ต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรวมกันกว่า 50,000 ล้านบาท และอยู่ในช่วงประสบปัญหาทั้งอุตสาห
วันของ “เฌอปราง” และ BNK48

วันของ “เฌอปราง” และ BNK48

เกาะติดจอ
วันนี้เป็นวันของน้องสาวคนนี้ “เฌอปราง” และวง BNK48 โดยแท้ เพราะตั้งแต่เช้า #BNK48  ถูกทวีตรัว ๆ เพราะมี คอนเสิร์ตใหญ่ 1st2GETHER ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่เหล่าโอตะ ไปรอกันตั้งแต่เช้าแล้ว และเวลา 18.00 น.เฌอปราง ก็ปรากฎตัวในทุกจอทีวี ในรายการเดินหน้าประเทศไทย แม้จะเจอกระแสมาหลายวัน แต่เดินหน้าประเทศไทย  และเฌอปรางก็ต้องเดินหน้า วันนี้ เฌอปราง มาเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษา ที่ก่อนหน้านี้ได้โพสต์เฟซบุ๊ก CherprangBNK48 ทั้งข้อความและภาพไปถ่ายทำรายการมาแล้ว  ที่โรงเรียนวัดลาดระโหง อย่างสดใสน่ารักจริง ๆ เฌอปราง เป็นศิลปินคนที่ 9 แล้ว ที่ร่วมจัดรายการเดินหน้าประเทศไทย ในเย็นวันเสาร์​เพื่อสร้างสีสันดึงผู้ชม ที่เริ่มมาตั้งแต่ โป๊ป ธนวรรธน์​ ตุ้ย เอเอฟ ท็อป จรณ  ณเดชน์ เต้ย พงศกร มิว นิษฐา โอม อัชชา วู้ดดี้ โดยเรตติ้งตอนที่ตุ้ย เอเอฟจัด รวมทุกช่องทั่วประเทศ ได้สูงสุดคือ 10.995 ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก
เงินโฆษณา 8 เดือนแรกปีนี้  19 ช่องใหม่มาแรงมาก

เงินโฆษณา 8 เดือนแรกปีนี้ 19 ช่องใหม่มาแรงมาก

เกาะติดจอ
แม้ 5 ช่องบิ๊กทีวี ยังกวาดเม็ดงบโฆษณาส่วนใหญ่ แต่ช่องว่างเริ่มแคบ เพราะ 19 ช่องใหม่ที่เรตติ้งดีขึ้น ก็เบียดแรง แค่ 8 เดือนแรกเก็บได้เกิน 1 ใน 3 มาเยอะ ห่างกันแค่กว่า 6 พันล้านบาทเท่านั้น ช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ที่หารายได้จากโฆษณา ซึ่งมีผู้ประกอบการเอกชน 22 ช่อง และรัฐ 2 ช่องคือช่อง 11 เอ็นบีที และช่อง 5 ได้เม็ดเงินโฆษณารวมในเดือนสิงหาคม 2561 ประมาณ 5,716  ล้านบาท  ถ้ารวม 8 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-สิงหาคม)   มีเม็ดเงินรวม 44,946 ล้านบาท  โดยช่องเก่า ที่เป็นอนาล็อก ฟรีทีวีเดิม คือช่อง 3 5 7 9  และ 11 เอ็นบีที ได้ไปเกินครึ่งอยู่ที่  25,562 ล้านบาท  ส่วนเฉพาะเดือนสิงหาคมปีนี้ 5 ช่องเก่าได้ ได้ 3,194 ล้านบาท แต่ช่องใหม่  19 ช่อง ก็มาแรง  เม็ดเงินโฆษณาเดือนสิงหาคม ปีนี้รวมถึง 2,522 ล้านบาท และถ้ารวม 8 เดือน ได้ 19,294 ล้านบาท ห่างจาก 5 ช่องเดิมเพียง 6,268 ล้านบาท และถือว่าเกิน 1 ใน 3 ของ
ภัทร จึงกานต์กุล คืนจอ ผู้ประกาศข่าวช่องทีเอ็นเอ็น

ภัทร จึงกานต์กุล คืนจอ ผู้ประกาศข่าวช่องทีเอ็นเอ็น

เกาะติดจอ
TNN24 ช่อง16 ถือโอกาสครบ 1 ทศวรรษก้าวสู่ปีที่ 11 ปรับผัง-เสริมทีมข่าว ดึง “ภัทร จึงกานต์กุล” ทายาทเจ้าสัว บริษัท เบน-เฮอร์ โปรดักส์ อดีตผู้ประกาศข่าวคนดัง ช่อง 7 อ่านข่าวภาคค่ำคู่ “ขวัญชนก เจริญพะกุไพศาล” พร้อม จัดทัพผู้ประกาศข่าวมากความสามารถมาร่วมเสริมความเข้มข้นของข่าวภาคค่ำ อาทิ “ทิน โชคกมลกิจ” “นิรัชญา หมอนทอง” “อติชาต วงศ์วุฒิวัฒน์” และ “วาทิต ตรีครุธพันธุ์” เป็นต้น สำหรับผังใหม่ TNNข่าวค่ำ เริ่ม 18.20-20.00 น.ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ ข่าวภาคดึกมี นิรัชญา หมอนทอง” เป็นตัวหลักคู่ “ประสพโชค กองศิลป์ พร้อม “สุทธิดา เกษวิทย์” และ “ชไมพร เห็นประเสริฐ” ปรับเวลาข่าวภาคดึกมาเริ่มที่ 22.30-24.00 น.ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ และพบกับ “ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ”ผู้ประกาศข่าวคุณภาพ ที่จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นร้อนเพื่อหาทางออกให้สังคม ในรายการทอล์คเข้มข้น “เ
เผยโฉม โค้ชใหม่ The Voice Thailand ในช่องพีพีทีวี

เผยโฉม โค้ชใหม่ The Voice Thailand ในช่องพีพีทีวี

เกาะติดจอ
ปิดเป็นความลับกันมามานาน ว่า The Voice Thailand ซีซัน 7 ที่ย้ายจากวิกพระรามสี่ ช่อง 3 มาสู่พีพีทีวี ที่จะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Voice Thailand 2018 นั้น จะมีใครมาเป็นโค้ชรายการเดอะวอยซ์ทั้ง 4 คนในรายการบ้าง โดยได้ยินมาว่า มีโค้ชใหม่ 2 คน และโค้ชเก่า 2 คน โค้ชคนใหม่คนล่าสุดคือ “ป๊อป ปองกูล” หนุ่มร่างใหญ่ สุดกวน อารมณ์ดี ร้องเพลงเพราะ เจ้าของฉายา “เสียงพิฆาตร้อยโล” เป็นโค้ชคนใหม่ล่าสุด ที่เข้ามาสร้างสีสันให้รายการ หลากหลายอารมณ์ฮามากขึ้น โดย “ป๊อป ปองกูล” เข้ามาแทนที่ “สิงโต นำโชค” ในส่วนโค้ชผู้หญิงเพียงคนเดียวนั้น เป็นการหวนคืนรายการของ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ที่เคยอยู่มาตั้งแต่ซีซันแรกจนถึงซีซันที่ 4 แล้วเปลี่ยนมาเป็น “ดา เอ็นโดรฟิน” ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงที่จบ The Voice ซีซัน 6 ที่ออกาอากาศเป็นซีซันสุดท้ายที่ช่อง 3 ก็มีข่าวว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชผู้หญิงหนึ่งเดียวของรายการ เป็น
วิเคราะห์ลิขสิทธิ์บอลโลก ประเมินรายได้โฆษณาตลอด 64 แมตช์ 257 ล้านบาท

วิเคราะห์ลิขสิทธิ์บอลโลก ประเมินรายได้โฆษณาตลอด 64 แมตช์ 257 ล้านบาท

เกาะติดจอ
สำนักงานกสทช.ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ FIFA World Cup 2018 ผ่านเรตติ้ง โดยมีการประเมินมูลค่ารายได้จากค่าโฆษณาจากมหกรรมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ จากการถ่ายทอดสดผ่าน 3 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ช่องทรูโฟร์ยู, อมรินทร์ทีวี และช่อง 5 พบว่า มีมูลค่าโฆษณาจากการถ่ายทอดทั้ง 64 แมตช์ อยู่ที่ประมาณ 257 ล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมด 1,141 ล้านบาท บวกค่าลงทุนทางเทคนิคอีก 259 ล้านบาท  แต่เนื่องจากในครั้งนี้เป็นการลงขันร่วมซื้อลิขสิทธิ์ของบรรดา 9 บริษัทเอกชน ในวงเงินทั้งหมด 1,400 ล้านบาท และไม่มีการขายโฆษณาระหว่างการแข่งขัน แต่เป็นการเวียนลงโปรโมทสินค้าของ 9 สปอนเซอร์ การประเมินมูลค่ารายได้โฆษณาจึงเป็นการคำนวณโดยใช้แบบจำลองที่สร้างขึ้น   ซึ่งประมาณการจากมูลค่าโฆษณาต่อนาทีซึ่งแปรผันตามอัตราการเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศ (%Reach) จำนวนนาทีในการโฆษณา จำนวนชั่วโมงในการโฆษณา และจำนวนแมตช์ที่ออกอากาศ จากการประเ
error: Content is protected !!