“โด่ง องอาจ สิงห์ลำพอง” ลาออกจาก “กรรมการ” อาร์.เอส

Movement

@@@ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ดร.โด่ง-องอาจ สิงห์ลำพอง” ผู้บริหารช่อง 8 ได้ลาออกจาก กรรมการ” บริษัท อาร์เอส อย่างเป็นทางการแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา “ดร.โด่ง” เป็นลูกหม้ออยู่กับ อาร์ เอส มาหลายสิบปี  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน   ใครอึดอัด ใครทนใครไม่ไหว เป็นข่าวจริงเสียที หลังจากลือกันมานานว่า ช่อง 8 เตรียมปรับทัพใหม่ เพราะอันดับช่องรูดจากที่ 5 ลงมาต่ำสุดถึงอันดับ 9 ก่อนกระเตื้องขึ้นมาเป็นอับดับ 8 เท่ากับเลขช่อง ของแรงที่เคยสร้างชื่ออย่างซีรีส์อินเดียคลายความขลังลง  ต้องรอดูกันว่า เฮีย” จะเอาใครมากุมบังเหียน   ช่อง 8 จะมีแผนการเปลี่ยนแปลงทิศทางทำมาหากินของช่องอย่างไร ก็จุดอ่อนที่มี ใครๆก็มองออก

ดร.โด่ง-องอาจ สิงห์ลำพอง

@@@ เพิ่มช่องทางขายของได้อีกช่องหนึ่งแล้ว เมื่ออาร์.เอส แห่งช่อง 8 ขยายช่องทางขายสินค้า Home Shopping ได้อีก 1 ช่องทาง  ที่ช่องเวิร์คพอยท์ หลังจากเจรจาเช่าเวลาช่องเวิร์คพอยท์ เพื่อมาออกอากาศขายสินค้า เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อปีที่แล้ว อาร์เอส ก็ ดีล” ลักษณะเช่นเดียวกันนี้กับช่องไทยรัฐทีวีไปก่อนหน้านี้แล้ว ข้อแม้ที่ เฮียเสนอ เสี่ย คงไม่ธรรมดา  เพราะเขี้ยวลากดินทั้งคู่ ถ้าแค่หยิบยื่นเพียงเศษเงินส่วนแบ่งให้  “เสี่ย” คงไม่ยอมแน่นอน

 @@@ เมื่อธุรกิจหลักของอาร์เอส ไม่ใช่ทีวีอีกต่อไป ธุรกิจขายสินค้าทำรายได้หลักอยู่ที่ 60% ของรายได้ หลังจากที่ความนิยมของรายการต่างๆในช่อง 8 ที่เป็นช่องทางขายสินค้า ได้รับความนิยมลดลงอย่างมาก เทียบเรตติ้ง 9 เดือนแรกของปีนี้กับปีที่แล้ว ตกจากอันดับ 5 มาอยู่ที่อันดับ 8  จึงได้เห็นการขยับขยายหาช่องทีวีการขายสินค้าของอาร์เอส จากไทยรัฐทีวี ขยับมาสู่เวิร์คพอยท์  ที่เวิร์คพอยท์ เองก็อยู่ในช่วงที่ มึน” ขนาดหนัก ทำรายการไหน ความนิยมก็ไม่ค่อยโดน ปีนี้มีแค่ ซูเปอร์ 10 ซูเปอร์ 100 และดังสุดก็ 10 Fight 10 เท่านั้น  เลยต้องหันมามองหารายได้ด้วยการเสี่ยงเรื่องเรตติ้งเช่นกัน แต่เชื่อว่าสมองระดับเสี่ยตาและจิก ประภาส คงให้ช่วงเวลาที่ไม่กระทบความนิยมแน่นอน เพราะช่องก็กำลังโดนไล่ตามจากช่อง One ที่ช่วงนี้รายการไพรม์ไทม์ ของช่อง One กำลังไปได้ดี งานนี้ต้องมองกันว่า ความร่วมมือนี้จะ ยาว” หรือ สั้น

รายได้ของบริษัท อาร์เอส ในไตรมาส 2 ปี 2562
รายได้รวม รายได้จากธุรกิจขายสินค้า รายได้จากธุรกิจทีวี
900.5 ล้านบาท 542 ล้านบาท หรือ 60.42% 262.5 ล้านบาท หรือ 29.1%

ที่มา:ตลาดหลักทรัพย์ 

@@@ ฟากเวิร์คพอยท์ประกาศแถลงผังใหม่ Workpoint 2020 On Life “ เดินหน้าสร้างคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง TV ออนไลน์ และ On ground การจัดอีเวนท์ เพื่อหารายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ไม่ได้โฟกัสที่ทีวีแห่งเดียวแล้ว หวังจะมีรายการเด่นๆ โดนๆ ในหลายหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงรายได้จาก Home Shopping มาช่วยสร้างรายได้รวมของทั้งบริษัทด้วย งานนี้ ยิ่งต้องประทับช่วง มึน” ให้ชัดกว่าเก่า

ก็ช่องนี้เค้าเคยเปรี้ยงปร้างด้วยการประกาศตัวเองว่าเป็น Creative TV และก็ได้รับการยอมรับ  วันนี้ต้องกลับลำมาซื้อหวยชุดคลุมทุกช่องทาง แล้วทางไหนคือทางสว่างล่ะจ้ะ

@@@ สำหรับรายได้ของธุรกิจ Home Shopping ของเวิร์คพอยท์ แจ้งตลาดหลักทรัพย์นั้น รายได้จาก Home Shopping อยู่ในหมวดของรายได้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรายได้ทีวี โดยที่มีรวมตั้งแต่ธุรกิจ Home Shopping และธุรกิจ Artist Management และโรงละคร โดยในปี 2561 ทั้งปี รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 170 ล้านบาท และในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 117 ล้านบาท ไตรมาสที่สองได้ไป 96 ล้านบาท

สัดส่วนรายได้จาก Home Shopping จริงๆในกลุ่มรายได้อื่นๆนี้ ที่มีเปิดเผยมา พบว่า ในปี 2562 ทั้งปี มีประมาณ 50% ของรายได้ 170 ล้านบาท หรือประมาณ 85 ล้านบาท และในไตรมาสแรกปีนี้ รายได้เฉพาะธุรกิจ Home Shopping เป็นสัดส่วน 80% ของรายได้ 117 ล้านบาท หรือประมาณกว่า 90 ล้านบาท

@@@ “สามีสีทอง” ละครไทยเรื่องแรกของช่องอมรินทร์ ทำเรตติ้ง 2 ตอนสุดท้ายอยู่ที่ 1.545 และ 1.743 มีส่วนช่วยให้เรตติ้งเฉลี่ยช่องอมรินทร์ทีวีของวันศุกร์ที่ 12 ต.ค.และเสาร์ที่ 13 ต.ค.ขึ้นไปถึง 0.544 อยู่ในอันดับ 6 ของวัน และ 0.414 อยู่ในอันดับ 7 ของวัน เรตติ้งเฉลี่ยช่อง 0.544 เป็นเรตติ้งเฉลี่ยรายวันที่สูงสุดของช่องอมรินทร์ทีวีตั้งแต่ออกอากาศมากว่า 5 ปีเลยทีเดียว  ต้องติดตามดูว่าเรื่องที่ 2 “รองเท้านารี” จะปังกว่านี้ รึเปล่า “พี่ฉอด” จะแรงจริง หรือแรงเฉพาะเรื่อง สักพักได้รู้กัน

@@@ ช่วงนี้ดูเหมือนว่า บรรดาผู้บริหารรุ่นใหม่ของช่อง 3 #ทีมบี๋ อริยะ พนมยงค์ เดินทางทั้งดูงานและพักผ่อนกันเป็นระลอก แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามาทำงานกันได้ไม่กี่เดือน เริ่มตั้งแต่ หัวหน้าทีม บี๋ อริยะ” ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ก็เห็นพาครอบครัวไป Vacation หลังเดือนก่อนหน้านี้ไป Private Business Trip มาแล้ว ทีมงานในสังกัดก็มีแผนลาพักร้อนต่อๆกันอีก ชิลล์จริง  ผลประกอบการไตรมาส 3 และ 4 คงจะดีเป็นพิเศษเป็นแน่ ไม่งั้น ท่านผู้บริหารและทีมคงไม่ไปเที่ยวกันด้วยความสบายใจ ฉะนี้ รอต้นเดือนพ.ย. ก็จะได้รู้กัน

บี๋ อริยะ พนมยงค์
Tagged