กว่า 30 ปี ของทรูวิชั่นส์ในวงการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก บอกได้เลยว่ามีสีสันบันเทิงสุด โดยเฉพาะเกมการแย่งชิงลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ EPL ที่ทำให้หลายคนยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกเพื่อดูการถ่ายทอดสดที่ยาวนานเป็นปี และการประกาศผลประกอบการปี 2568 ออกมาล่าสุดของกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ตอนหนึ่งที่พูดรายงานถึงรายได้ของธุรกิจโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก โดยสรุปคือเพราะสูญเสียลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซึ่งสัญญาสิ้นสุดลงเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้รายได้และจำนวนสมาชิกของทรูวิชั่นส์ลดลง ยิ่งทำให้ต้องลุ้นว่า ทรูวิชั่นส์จะแก้เกมนี้อย่างไร
มาดูตัวเลขสรุปกันก่อน ในส่วนภาพรวมของทรู ซึ่งมีธุรกิจหลักอย่างโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปี 2568 แม้มีรายได้รวม 195,669 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5% แต่มีกำไรสุทธิ 9,240 ล้านบาท โดยเคาะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นรวม 4,146 ล้านบาท ส่วนผลงานของทรูวิชั่นส์นั้น มีดังนี้
รายได้จากการให้บริการ 6,032 ล้านบาท ลดลง 9.1%
จำนวนสมาชิกรวม 1,053,000 ราย ลดลง 14.3%
รายได้ต่อสมาชิก 1 ราย 283 บาท ลดลง 2.5%
นี่คือช่วงเวลาที่อยู่ในความท้าทายของทรูวิชั่นส์ นาว เพราะสัญญาณรายได้ลดลงของธุรกิจโทรทัศน์รับยอดรับเป็นสมาชิกมีมาพักใหญ่แล้ว จึงเป็นที่มาที่ทำให้กลุ่มทรู เราโปรโมทและทำตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ผ่านแอปพลิเคชั่น มีทรูวิชั่นส์ นาว TrueVisions Now
ประว้ติความเป็นมาจากยูทีวี ทรูวิชั่นส์ จนมาเป็นทรูวิชั่นส์ นาว
ย้อนไปในอดีตวันวาน ธุรกิจโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก “ทรูวิชั่นส์” ก่อตั้งเมื่อปี 2538 โดยบริษัท เทเลคอมเอเชีย จำกัด เครือซีพี ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็น ทรู คอร์ปอเรชั่นปัจจุบัน ในยุคนั้นใช้ว่ายูทีวี ที่มาชนกับเจ้าตลาดยุคนั้นคือ ไอบีซี ที่ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2532 มีการแข่งขันกันอย่างหนักทั้งการวางเครือข่ายที่ชินวัตรมีไทยคม ส่วนเทเลคอมเอเชียมีสายไฟเบอร์ออฟติก และที่หนักหน่วงคือการทุ่มซื้อลิขสิทธิ์รายการจากต่างประเทศ
เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ค่าเงินบาทลอยตัว ทำให้ต้นทุนรายการต่างประเทศพุ่งเท่าตัว ไอบีซี และยูทีวีจำเป็นต้องควบรวมกิจการกันในปี 2541 และใช้ชื่อว่า ยูบีซี และปี 2542 มี บริษัท เอ็มไอเอช จำกัด ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายใหญ่ที่ จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ ให้บริการในหลายประเทศทั้งในแอฟริกาใต้ และตะวันออกกลางมาถือหุ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 2549 กลุ่มเอ็มไอเอช ได้ออกจากตลาดไทย ขายหุ้นทั้งหมดให้กลุ่มทรู และปี 2552 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นทรูวิชั่นส์
แล้วทรูวิชั่นส์ นาว มาตอนไหน ชื่อนี้ทรูเริ่มโปรโมทเมื่อปี 2567 ในเว็บของทรูวิชั่นส์ นาว ว่า เป็นแอปสตรีมมิ่ง ที่รวมทั้งคอนเทนต์กีฬา และความบันเทิง ที่ต้องการย้ำการเป็น “King of Sports” และ “Home of Entertainment” ผ่านสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี แท็บเล็ต กล่องแอนดรอยด์ ทีวี ส่วนความแตกต่างระหว่าง ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions Now) และ ทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) คือ
TrueVisions Now เป็นผู้ให้บริการสตรีมมิ่งแอปพลิเคชั่น ครบทั้งกีฬาดังพากย์สด หนังและซีรีย์สุดฮิต วาไรตี้ สารคดี การ์ตูน ข่าว ทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง
เลือกสมัครและรับชมดูได้ทุกที่ ทุกเวลาตามต้องการ (ไม่ต้องรอติดตั้งกล่อง)
เลือกดูรายการที่ต้องการได้ทันที และรองรับการรับชมตามผังรายการและถ่ายทอดสด
เลือกดูรายการสดแบบย้อนหลังได้ทันที (Time shift)
หรือ ดูย้อนหลังรายการต่างๆได้ถึง 7 วัน* (เงื่อนไขตามลิขสิทธิ์ช่อง)
ไม่ต้องจำเลขช่อง สามารถเลือกรับชมจาก Highlight รายการที่ต้องการได้จากหน้าจอแอป หรือค้นหาจากชื่อหรือ Key word รายการ ได้ทันที
รับชมผ่านแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว ทั้งบนสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี แท็บเล็ต และกล่องแอนดรอยด์ ทีวี และแอปเปิ้ลทีวี
ส่วนทรูวิชั่นส์ แบบระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมหรือเคบิ้ลใยแก้ว เป็นผู้ให้บริการทีวีแบบบอกรับสมาชิก ความบันเทิงที่ครบที่สุด มากที่สุดในไทย ทั้งกีฬาดังพากย์สด หนังและซีรีย์สุดฮิต วาไรตี้ สารคดี การ์ตูน ข่าว ทั้งไทยและต่างประเทศ ออกอากาศแบบผังรายการและถ่ายทอดสด ผ่านกล่องรับสัญญาณ จานดาวเทียมและเคเบิ้ลใยแก้ว
ย้อนดูเส้นทางลิขสิทธิ์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นคอนเทนต์ที่คนดูชื่นชอบ หลายคนยอมจ่ายเงินค่าสมาชิกเพื่อดู ซึ่งที่ผ่านมาทรูวิชั่นส์จึงพยายามประมูลมาเสิร์ฟ แต่ก็มีคู่แข่งมาชิงไปได้ด้วยเงินที่สูงกว่า
ย้อนไปช่วงแรกๆ ในปี 2550-2553 ช่วงนั้นทรูวิชันส์ ได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล และได้ต่ออีกในปี 2553-2556 ด้วยค่าลิขสิทธิ์ จากหลักร้อยล้านบาทมาเป็นหลักพันล้านบาท ความรุ่งโรจน์ของทรูชั่นส์เวลานั้น ทำให้มีคนเข้ามาประมูลแข่งในช่วง 2556-2559 เจ้านั้นคือ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช ด้วยราคาทะลุไปกว่า 4 เท่าตัว หรือไปถึง 9,000 ล้านบาท สุดท้ายรายนี้บาดเจ็บหายหน้าไปจากวงการ
ต่อมา 2559-2562 ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกในไทย เป็นของ beIN SPORTS แต่ความนิยมในไทยก็เงียบๆ จนปี 2562-2565 และ 2565-2568 ทรู วิชั่นส์ ชิงกลับมาได้อีกครั้ง
จนปี 2568-2574 กลุ่มโมโน โดยบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ลิขสิทธิ์ไปครองด้วยมูลค่าลิขสิทธิ์แตะ 2 หมื่นล้านบาท


