ศาลปกครองสูงสุด สั่ง กสทช. คืนเงินสด “เจ๊ติ๋ม” เฉพาะค่าใช้คลื่น 151.73 ลบ. จากข้อเรียกร้องค่าเสียหายพันล้าน

กสทช. ข่าวเด่น รวมเรื่องเด่น

คดีสิ้นสุด ระหว่างเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล กับกสทช.ที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 6 ปี โดยศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ กสทช.คืนเงินที่จ่ายเกินระยะเวลาใช้คลื่นความถี่ในช่อง ทีวีพูลและช่อง MV Family เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน 6 วัน รวม 151.73 ล้านบาท และคืนหนังสือค้ำประกันหรือแบงค์การันตีจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 2-6 ทั้งหมด วงเงิน 1,748.41 ล้านบาท ภายในเวลา 60 วัน นับจากวันตัดสิน อย่างไรก็ตามศาลไม่ได้ตัดสินให้กสทช.ต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่ไทยทีวีฟ้องร้องจำนวน 927.45 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 ศาลปกครองสูงสุดตัดสินคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ที่บริษัท ไทยทีวีของ “เจ๊ติ๋ม –พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย”ฟ้องสำนักงานกสทช.เกี่ยวกับการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ซึ่งไทยทีวี ได้ยื่นฟ้องกสทช.ต่อศาลปกครองกลางตั้งแต่ 30 มิ.ย.2558  ศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งไปแล้วเมื่อ 13 มี.ค.2561 ให้ กสทช.คืนเงินหนังสือค้ำประกันหรือแบงค์การันตีของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ที่ผู้ฟ้องคดีวางเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตั้งแต่งวดที่ 3 เป็นต้นไป รวมเป็นเงิน 1,460.3 ล้านบาท

แต่ทั้งกสทช.และไทยทีวี อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด จนศาลปกครองมาพิพากษาคดีในวันนี้

รายละเอียดของคำตัดสินนี้ ระบุว่าสัญญาพิพาทเป็นข้อตกลงนำคลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากรของรัฐไปใช้ เมื่อเอกชนที่ประมูลไปได้ ไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ และรัฐมาสามารถเอาคลื่นความถี่ที่ได้รับคืนมาใช้หรือหาประโยชน์ต่อไปได้ รัฐจึงไม่สมควรแสวงหาผลประโยชน์กำไรจากเอกชนมากเกินสมควร และไม่สมควรจะหาประโยชน์จากคลื่นเกินกว่าที่เอกชนจะหาประโยชน์ได้ ค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นจึงควรสอดคล้องกับที่ได้ใช้ประโยชน์ไป

ข้อมูลที่ผ่านมา  ไทยทีวีได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดแรกของ 2 ช่อง ช่องทีวีพูลและช่อง MV TV Family จำนวน 365,512,000 บาท แบ่งเป็นช่องทีวีพูล 236,256,000 บาท และช่อง MV TV Family จำนวน 129,256,000 บาท

ซึ่งศาลได้พิจารณาค่าใช้คลื่นตามระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปีพบว่าแต่ละช่องมีค่าใช้คลื่นรายปี โดยช่องทีวีพูล มีค่าใช้คลื่นรายปีเฉลี่ย 94,730,666.66 บาท ต่อปี และช่อง MV TV Family เฉลี่ยรายปีที่ 46,224,000 บาทต่อปี  รวม 2 ช่องมีค่าใช้คลื่นรายปีอยู่ที่ 213,781,244.42 บาทต่อปี จากการใช้คลื่นไปตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2557 – 31 ต.ค.2558 รวมระยะเวลาใช้คลื่นจำนวนทั้งหมด 1 ปี 6 เดือน 6 วัน

ในขณะที่ไทยทีวี จ่ายเงินใบอนุญาตใช้คลื่นไปแล้วจำนวน 365,512,000 บาท จึงเป็นการชำระเกินทั้งสิ้น 151,730,755.58 บาท ซึ่งสำนักงานกสทช.จะต้องชำระคืนไทยทีวี

นอกจากนี้คำสั่งศาลให้  กสทช.คืนเงินหนังสือค้ำประกัน หรือแบงค์การันตีของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ที่ผู้ฟ้องคดีวางเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตั้งแต่งวดที่ 2 -6 คืนแก่บริษัทด้วย โดยมูลค่าแบงค์การันตีทั้งหมดวงเงิน 1,748,408,000 บาท

ในขณะเดียวกันข้อมูลที่ไทยทีวีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการประกอบกิจการ ซึ่งไทยทีวีเรียกร้องว่า จากการประกอบกิจการทั้ง 2 ช่อง จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2558 บริษัทมีรายได้รวม 2 ช่องเพียง 43,627,933.24 บาท ขาดทุนถึง 713,828,282.94 บาท ยังมีค่าใช้จ่ายในช่วงร้องคดีระหว่าง 1 ก.ค.-31 ต.ค.2558 เป็นค่าเสียหายอีก 36,053,165.78 บาท และค่าใช้คลื่น 1 ปี 4 เดือน ( 1 ก.ค.2557-31 ต.ค.2558) รวม 177,572,444.45 บาท รวมเป็นเงินที่บริษัทเรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้น 927,453,893.17 บาทนั้น ศาลเห็นว่าการขาดทุนหรือเสียหายจากการประกอบกิจการนั้นเป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจปกติทั่วไป กสทช.จึงไม่ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายในส่วนนี้ ให้จ่ายเฉพาะค่าใช้คลื่น

อย่างไรก็ตามเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลในส่วนดังกล่าวทั้งหมด กสทช.ได้ส่งเงินเข้าคลังให้รัฐบาลไปใช้หมดแล้ว การจะนำเงินดังกล่าวมาคืนให้กับไทยทีวีนั้น สำนักงานกสทช.จะต้องทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเสียก่อน ว่าจะนำเงินส่วนไหนมาดำเนินการดังกล่าว

รายละเอียดคำวินิจฉัยโปรดอ่านจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

Share this: