เรตติ้ง 9 เดือน ทีวีดิจิทัลปี 61 VS 60

เรตติ้ง 9 เดือนทีวีดิจิทัล ของปี 2561 เทียบกับปี 2560 แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มช่องท็อปเท็น แม้ยังเป็นกลุ่มเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการพลิกแซงกันในหลายอันดับ

ช่องที่ตัวเลขเรตติ้งลดลงมากที่สุดคือ ช่อง 7  จากเรตติ้งเฉลี่ย 2.168  ในปี 2560 มาอยู่ที่ 1.831 ในปี 2561 ที่เห็นได้ชัดจากละครไพรม์ไทม์ที่เคยได้เรตติ้ง 2 หลัก ตัวเลข 10 ขึ้นไป  ก็กลายเป็นต่ำสิบ ละครไพรม์ไทม์ในปีนี้ของช่อง 7 ที่ได้เรตติ้งสูงที่สุดคือ “สัมปทานหัวใจ” มี “เวียร์ ศุกลวัฒน์” พระเอกอันดับ 1 ของช่อง 7 แสดงนำ  เรตติ้งตอนจบได้ถึง 9.480  และได้เรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่องอยู่ที่ 7.627  ส่วนรายการที่ได้เรตติ้งสูงที่สุดคือ ละครพื้นบ้าน “สังข์ทอง” ที่ได้เรตติ้งเกิน 8 ไปแล้ว

สำหรับช่อง 3 หาก 9 เดือนแรก ไม่มีละคร “บุพเพสันนิวาส” เข้ามาช่วยไว้แล้ว คาดว่าเรตติ้งเฉลี่ยรวมของช่องก็จะต้องลดลงมากเช่นเดียวกัน แต่ความแรงของ “บุพเพสันนิวาส” ที่กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดในยุคทีวีดิจิทัล ด้วยเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่อง 13.384  และเรตติ้งตอนจบสูงถึง 18.633 ทำให้เรตติ้งเฉลี่ยรวมของช่องตลอด 9 เดือน ไม่ลดลง แถมยังสูงขึ้นเล็กน้อย จาก 1.369 มาอยู่ที่ 1.397 ในปีนี้

เวิร์คพอยท์และโมโน สลับตำแหน่งกันในอันดับ 3 และ 4 โดยที่เวิร์คพอยท์หล่นแรงจากเรตติ้งเฉลี่ย 1.073 ของปี 2560 มาอยู่ที่ 0.803  จากความสำเร็จของ The Mask Singer ที่มาดรอปลงในปีนี้ และยังไม่มีรายการใหม่ ๆ ที่เข้ามาทดแทนได้ แต่ในปีนี้เวิร์คพอยท์ได้รายการถ่ายทอดสดกีฬา ทั้งเอเชียนเกมส์ และวอลเลย์บอลหญิงไทย เข้ามาช่วยไว้บ้าง

โมโนเป็นช่องที่มีพัฒนาการเติบโตสูงที่สุด จากอันดับ 4 เรตติ้งเฉลี่ย 0.694 ในปี 2560 ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 เรตติ้งเฉลี่ย 0.840 ได้ด้วยพลังของหนังและซีรี่ส์ต่างประเทศล้วนๆ  โมโนแซงเวิร์คพอยท์มาได้ตั้งแต่ต้นปี จนทำให้กล้าประกาศว่า หวังจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 ภายในปีนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง แต่ก็เป็นช่องที่เรตติ้งขึ้นสูงสุดในรอบ 9 เดือนเลยทีเดียว

ไทยรัฐทีวีเป็นช่องที่มีการเติบโตสูงสุดอันดับ 2 รองจากโมโน ด้วยอานิสงค์จากข่าวดังระดับโลก “ทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง” ทำให้ไทยรัฐทีวีก้าวกระโดดจากอันดับ 9 เรตติ้งเฉลี่ย 0.268 ในปี 2560 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 เรตติ้งเฉลี่ย 0.408  แม้ว่าช่วงหลังจะไม่มีข่าวร้อนแรง แต่ภาพจำของคนดูกับไทยรัฐ ก็ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกด้านข่าว มากกว่าบันเทิงไปแล้ว

ในขณะที่อมรินทร์ทีวี แม้จะโดดเด่นเรื่องข่าวในต้นปี แต่ความนิยมลดลงไป จากที่เคยมีเรตติ้งสูงกว่าไทยรัฐทีวี ในปีที่แล้ว ลดลงหนึ่งอันดับมาอยู่ในอันดับ 8 ทำให้อมรินทร์ทีวี เริ่มปรับทีมข่าวใหม่ตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา หวังจะฟื้นความนิยมด้านข่าวกลับมาอีกครั้ง

คู่ของช่อง 8 และช่องวัน ที่มีการแข่งขันกันในอันดับ 6 และ 7 มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังอยู่ในอันดับเดิม แต่ช่องวันเขยิบเข้าใกล้สูสีมากขึ้น จากชุดละครไทย ที่มาแรงหลายเรื่อง เช่น “เมีย 2018 “ ส่วนช่อง 8 ที่มีซีรี่ส์อินเดียเป็นคอนเทนต์หลัก ก็เริ่มมีเรตติ้งลดลงหลังจากจบ “หนุมาน สงครามมหาเทพ” ต้องจัดชุดละครไทยลงเสริมผัง หวังฟื้นความนิยมกลับคืนมาได้อีกครั้ง

ในอันดับ 11-20 ช่องข่าว ทั้งเนชั่นทีวี และไทยพีบีเอส เรตติ้งสูงขึ้นจากข่าว “หมูป่า” เช่นกัน ในขณะที่ช่อง 5 เรตติ้งเฉลี่ยสูงขึ้น จากการที่ได้ร่วมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018

สำหรับ 5 อันดับสุดท้าย ยังคงเป็นกลุ่มเดิม แต่สลับตำแหน่งกัน ช่องที่เรตติ้งลดลงมาที่สุดในกลุ่มนี้ คือ สปริงนิวส์ และ NBT หล่นมาอยู่ 2 อันดับสุดท้าย

สปริงนิวส์มีการปรับนโยบายช่องใหม่ จากช่องข่าว กลายเป็นช่อง TV Shopping ไปแล้ว จากการประกาศ take over โดย TV Direct  ส่วน NBT ที่อยู่ในอันดับสุดท้ายนั้น ล่าสุดกำลังจะได้รับอนุญาตจากกสทช. ให้มีโฆษณาได้ประมาณ 6 นาทีต่อชั่วโมง โดยเป็นไปตามคำสั่งม.44 จากคสช.

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!