ผลสำรวจรอยเตอร์ส 2026 ทิศทางสื่อข่าว

รอยเตอร์สเผยผลสำรวจ ทิศทางสื่อ และความเชื่อมั่นในแบรนด์สื่อข่าวทั่วโลกและไทย

What's new ธุรกิจและการพัฒนา บทวิเคราะห์ วิเคราะห์วงการ อินโฟกราฟฟิก โซเชียลมีเดีย

สถาบันรอยเตอร์ส (Reuters Institute) เผยแพร่รายงานล่าสุด Reuters Institute Digital News Report 2026   เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่สำรวจแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคข่าวสาร ความเชื่อมั่นต่อสื่อใน 48 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย โดยมีกลุ่มตัวอย่างเฉลี่ยประเทศละ 2,000 คน

สำหรับประเทศไทย ในรายงานได้ระบุไว้ว่า มีประชากร 72 ล้านคน  สัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 91% ของประชากรทั้งหมด และสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,043 คน โดยในปี 2026 ภาพรวมเหตุการณ์ข่าวสารของไทยมีประเด็นร้อน ข่าวใหญ่อย่างต่อเนื่องหลายเหตุการณ์ ที่คนไทยติดตามข่าวสารท่ามกลางความไม่แน่ใจว่า ข้อมูลข่าวสารได้เจอในสื่อต่างๆ นั้น จริงเท็จแค่ไหน​ อย่างประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่มีการการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในทุกแพลตฟอร์ม  ประเด็นเรื่องการพ้นจากหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี จากนั้นมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่เร็วกว่าคาด 

จากวิดีโอสั้น จนถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ข่าว

จากการที่ประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สูงกว่า 90% สื่อข่าวของไทยจึงนำเสนอตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโคภข่าว ด้วยคอนเทนต์วิดีโอสั้นบน TikTok, YouTube Shorts และ Facebook Reels ซึ่งเป็นจุดเริ่มในการรับรู้ข่าว ถ้าสนใจจะติดตามเนื้อหาที่ยาวขึ้นบน YouTube และค้นหาข้อมูลต่อไป เป็นการดูวิดีโอออนไลน์มากขึ้น จนทำให้ปัจจุบันมีผู้ติดตามข่าวสารจากทีวีเป็นประจำในแต่ละสัปดาห์เพียง 42% ลดลงจาก 50% ในปี 2024 จากจำนวนช่องทีวีดิจิทัลเดิมมี 24 ช่อง เหลืออยู่เพียง 14 ช่องในปัจจุบัน ท่ามกลางใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572

สถิติปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้ในไทยติดตามข่าวสารถึง 55% เป็นหนึ่งในประเทศที่รายงานฉบับนี้พบว่ามีผู้ใช้ TikTok มากที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ขณะที่ผู้ติดตามข่าวผ่าน YouTube มีแนวโน้มเป็นผู้ชายมากกว่า

เกี่ยวกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ข่าวสาร  ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้บริโภคข่าวสารติดตามครีเอเตอร์ข่าวสารมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป และการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในไทย Facebook ยังคงเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 69% แต่ก็กลุ่มวัยต่ำกว่า 25 ปี TikTok ได้แซง Facebook ขึ้นมาเป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสารแล้ว

โฆษณาทางรอดธุรกิจสื่อ แต่ทำให้คนยิ่งเลื่อนฟีดหนี

ผลต่อเนื่องจากปี 2025 เป็นปีแรกที่เม็ดเงินโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตแซงหน้าเม็ดเงินโฆษณาทางทีวีเป็นครั้งแรก โดย TikTok มีรายได้จากโฆษณาเติบโตถึง 63% แม้ภาพรวมตลาดโฆษณาจะหดตัวก็ตาม รายได้ของธุรกิจองค์กรข่าวจึงขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ดิจิทัล โซเชียลมีเดีย อัลกอริทึมมากกว่าห้องข่าว สำนักข่าวจำนวนมากไม่สามารถพึ่งพารายได้จากผู้อ่านได้อย่างเพียงพอ และต้องหันไปใช้วิธีการติดโฆษณาแฝง การหาพื้นที่วางสินค้า (Product Placement) และโฆษณาแบนเนอร์ที่ปรากฏอยู่ทั่วทุกหน้าจอข่าว ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “เนื้อหาข่าว” กับ “เนื้อหาทางธุรกิจโฆษณา” จางกว่าเดิม และยิ่งทำให้ผู้บริโภคข่าว สนใจข่าวลดลง จากปกติที่กดทิ้ง เลื่อนฟีดโพสต์คอนเทนต์ต่างๆ หนีอย่างรวดเร็ว

ย้อนไปในปี 2025 องค์กรสื่อรายใหญ่ของไทยได้เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการผลิตข่าว ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการปรับใช้ AI ในอุตสาหกรรมสื่อได้รวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และแม้ว่าคนไทยถึง 43% จะระบุว่าบางครั้งหรือบ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงการติดตามข่าวสาร (News Avoidance) แต่อีกด้านหนึ่ง คนไทยก็ยังเอนเกจกับข่าวออนไลน์มาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ คอมเมนต์กับประเด็นข่าวต่าง ๆ โดย 37% ของผู้ถูกสำรวจระบุว่า ได้แชร์เนื้อหาข่าวสารอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคข่าวในไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่ยังมีเผยแพร่และขยายการเข้าถึงข่าวผ่านโซเชียลมีเดียอีกด้วย

ความเปลี่ยนแปลงการเสพข่าวสารผ่านสื่อ และความนิยมใช้โซเชียลมีเดีย

สื่อข่าวออฟไลน์และออนไลน์ที่เข้าถึงผู้บริโภค

สำหรับแบรนด์ข่าวทั้งออฟไลน์ และออนไลน์​ที่มีการเข้าถึงผู้ชมแต่ละสัปดาห์ (Weekly Reach) ในประเทศไทย ที่คนไทยติดตามมากที่สุด คือไทยรัฐ รวมทีวี และนสพ. ตามมาด้วย ช่อง 3 ไทยพีบีเอส อมรินทร์ทีวี และช่อง 7 ส่วนออนไลน์ อันดับ 1 คือ ไทยรัฐออนไลน์ ตามมาด้วยไทยพีบีเอสออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์​ เวิร์คพอยท์ทูเดย์ และเดอะรีพอร์ตเตอร์ ไทยแลนด์

ความเชื่อถือข่าวในไทยลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี เหลือ 47% 

ความเชื่อถือของคนไทยต่อข่าว (Trust in News) ลดลงเหลือ 47% อยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจในปี 2021 แต่ก็ยังสูงกว่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 37% จากเดิมที่ไทยเคยอยู่ในระดับ 50-55% ในช่วงปี 2021-2025  ในส่วนคะแนนความไว้วางใจต่อแบรนด์สื่อ การสำรวจของรอยเตอร์สนครอบคลุมเฉพาะแบรนด์สื่อที่ถูกนำมารวมอยู่ในแบบสอบถามเท่านั้น

ผลสำรวจความน่าเชื่อถือในข่าว ของแบรนด์สื่อส่วนหนึ่งของประเทศไทย

ผลจากสถานการณ์ข่าวร้อนหลายประเด็นที่ผ่านมา ทั้งปัญหาชายแดนไทย กัมพูชา และการเมืองในประเทศ ทำให้เกิดข่าวลือ ข่าวปลอมบ่อยครั้ง แม้จะทำให้คะแนนความไว้วางใจในสื่อไทยโดยรวมลดลง แต่โดยค่าเฉลี่ยความไว้วางใจในสื่อไทยยังสูงกว่าทั่วโลก ความไว้วางใจในแบรนด์สื่อไทยจึงมีทั้งมีคะแนนเพิ่มขึ้น และลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับรายงานเมื่อปี 2025 โดยกลุ่มที่มีคะแนนตั้งแต่ 70% ขึ้นไป คือ ช่อง 7 อมรินทร์ ไทยพีบีเอส และเวิร์คพอยท์

Digital News Report 2026 -2025-trust

สรุป 8 ข้อ สถานการณ์สื่อข่าวที่ทั่วโลกจาก Reuters Institute Digital News Report 2026  

สำหรับภาพรวมทั่วโลกนี้สรุป 8 ข้อสำคัญจาก Reuters Institute Digital News Report 2026   เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคข่าว และส่งสัญญาณถึงอนาคตอุตสาหกรรมสื่อ ดังนี้

1. เป็นครั้งแรกที่พบว่า ผู้เสพข่าวสารทุกกลุ่มอายุเลือกดู อ่าน ฟังข่าวจากโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอมากกว่าเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นข่าวจากผลสำรวจทั่วโลก พบว่า  54% รับข่าวผ่านโซเชียลมีเดียและวิดีโอ และ51% รับข่าวผ่านเว็บไซต์และแอปฯของสำนักข่าว 

2. AI Chatbots กลายเป็นช่องทางใหม่ ในการหาข่าวสาร มีการถามข่าวจาก AI เพิ่มขึ้นมาก จากปีที่แล้ว 7% มาเป็น 10% ในปี 2026 เฉพาะกลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี ใช้มากถึง 16% และ 42% ใช้เพื่อให้อธิบายข่าวสารในประเด็นคำถามต่างๆ 

3. วิดีโอข่าวออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง เป็นครั้งแรก ที่คนส่วนใหญ่ดูข่าวทางวิดีโอออนไลน์​ โดยประชากร 77% ของโลกดูวิดีโอข่าวออนไลน์ทุกสัปดาห์ และความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือประชากรใน 45 จาก 48 ประเทศ ดูข่าวออนไลน์มากกว่าดูข่าวจากทีวี  สำหรับ 3 ประเทศ คือเยอรมันี เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ดูข่าวจากทีวีมากกว่า 

ความนิยมในการดูข่าววิดีโอออนไลน์มาจากแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมของโลก  อย่างเช่น YouTube ที่มีการนำแอปฯ ติดตั้งไว้ในสมาร์ททีวีด้วย  ความเปลี่ยนแปลงของการบริโภคข่าวสาร ผลกระทบในยุคแรกกระทบต่อสื่อนสพ.ต่อมากระทบต่อทีวี และวิทยุ โดยแพลตฟอร์มวิดีโอที่มีผู้ใช้บริโภคข่าวสารเติบโตเร็วตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด คือ TikTok 20% Instagram 26% YouTube 34% ส่วน  Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มข่าวที่ใหญ่ที่สุดของโลก (43%)

4. ครีเอเตอร์ข่าว และอินฟลูเอเซอร์  ผู้ผลักดันให้วิดีโอเติบโต ข้อมูลนี้มาจาก ผู้ตอบแบบสอบถาม 27% บอกว่า ดูข่าวจากครีเอเตอร์ข่าวหรืออินฟลูเอนเซอร์สายข่าว และ  46% รับข่าวจากครีเอเตอร์ ช่องทางต่างๆ เพราะสนุก เข้าใจง่าย เข้าถึงง่ายกว่าสื่อแบบดั้งเดิมแต่อย่างไรก็ตาม ครีเอเตอร์ข่าวถูกมองว่า น่าเชื่อถือและเป็นกลางน้อยกว่าสื่อดั้งเดิม จึงมีการดูข่าวควบคู่กับสื่อดั้งเดิม โดย 13% ดูข่าวจากครีเอเตอร์เป็นแหล่งข่าวหลัก และ 3% ที่ดูข่าวจากครีเอเตอร์ข่าวเพียงอย่างเดียว

5. ความสนใจข่าวลดลงต่อเนื่อง การสำรวจความสนใจติดตามข่าว คนที่ตอบว่าสนใจมากอย่างยิ่ง หรือสนใจมากนั้นลดลง 13 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2021 โดย 25% ติดตามข่าวแบบไม่สม่ำเสมอ ติดตามข่าวเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือน้อยกว่า เพิ่มจาก 16% ในปี 2021 แต่สำหรับกลุ่มที่เป็นรักการติดตามข่าวสาร ยังติดตามข่าว แสดงออก เอนเกจ และยอมจ่ายเงินเพื่ออ่าน หรือดูข่าว

6. ความเชื่อถือ หรือความไว้วางใจต่อข่าวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจ จากการที่สถาบันรอยเตอร์ส เริ่มสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2015 มาในปีนี้ความเชื่อถือต่อข่าวทั่วโลกต่ำสุดลดลงเหลือ 37% โดย 29 จาก 48 ประเทศมีความเชื่อถือต่อสื่อลดลง และ 19 ประเทศลดลงมากกว่า 5 จุดเปอร์เซ็นต์ กระทั่งในสหรัฐอเมริกาเหลือเพียง 25% สาเหตุมาจาก ความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่าง ๆ ลดลง ความขัดแย้งทางการเมือง การโจมตีสื่อจากนักการเมือง การเติบโตของโซเชียลมีเดียและ AI และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกังวลเรื่องข่าวปลอมเพิ่มขึ้นเป็น 62% เพิ่มขึ้น 4 จุดเปอร์เซ็นต์ใน 11 ประเทศ 

7. คนยอมเสียค่าบริการดู อ่านข่าวไม่เพิ่มขึ้น ใน 20 ประเทศ ที่ติดตามดูความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจ่ายเงินหรือสมัครเป็นสมาชิกเพื่ออ่านข่าวออนไลน์ยังคงอยู่ที่ ตัวเลขเดิมคือ 17% เท่าปีก่อน ตัวเลขรายได้ของธุรกิจสื่อในส่วนนี้จึงไม่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำไปที่ข้อแรกคือ ผู้บริโภคสื่อเข้าหน้าเว็บไซต์ หรือแอปฯข่าวโดยตรงน้อยลง แต่ไปที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากกว่า ส่วนคนที่ยังจ่ายอยู่ 81% จ่ายเพราะต้องการเข้าถึงข่าว เนื้อหาที่ต้องการ และ46% จ่ายเพราะต้องการสนับสนุนบทบาทของสื่อในสังคม

8. ผู้บริโภคยังคงสนับสนุนให้ “ความเป็นกลาง” ของสื่อ คงอยู่ คนส่วนใหญ่ยังเชื่อในหลักการข่าวที่ไม่เลือกข้าง ท่ามกลางโลกที่ขัดแย้ง โดย 45% ต้องการข่าวที่เป็นกลาง และ 46% เชื่อว่าข่าวที่เป็นกลางเป็นผลดีต่อสังคม

Tagged