Mono ไตรมาส 3/63 ขาดทุนลดลง 36.8% โควิดทำยอดสมาชิกหนังออนไลน์เพิ่มขึ้น 300%

ผลประกอบการ

ผลประกอบการของบริษัท โมโน เน็กซ์ ไตรมาส 3 ปี 2563 ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า ไตรมาสนี้ยอดขาดทุนลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริหารจัดการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย จากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่ม เพื่อหันมามุ่งธุรกิจหลัก จากการขายโฆษณาและคอนเทนต์ของธุรกิจในเครือ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ โดยมียอดขาดทุนอยู่ที่ 112.1 ล้านบาท ลดลง 36.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีขาดทุน 177.4 ล้านบาท

รายได้หลักของบริษัท ยังมาจากรายได้จากการโฆษณา ไตรมาสนี้มีรายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 324.7 ล้านบาท ลดลง 80.6 ล้านบาท หรือ 19.9% จากรายได้ 405.3 ล้านบาทของไตรมาสเดียวกันปี 62 แต่เมื่อเทียบกับรายได้โฆษณาไตรมาส 2 /63 แล้ว รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้น 116.5 ล้านบาท หรือ 56% โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้เม็ดเงิน โฆษณาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 63 แต่เม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 3/63 มีแนวโน้มดีขึ้นตามลําดับ ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดซื้อโฆษณาของบริษัท ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจส่งผลให้แนวโน้มรายได้ค่าโฆษณาปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สถานการณ์ทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอน ทำให้งบโฆษณายังไม่ได้ปรับตัวมากขึ้นเท่ากับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้รายได้โฆษณาหลัก อยู่ในช่องทีวีดิจิทัล ช่อง Mono ซึ่งปัจจุบันวัดจากความนิยมของผู้ชม มีเรตติ้งอยู่ในอันดับ 3 จากจำนวน 18 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีการวัดเรตติ้ง ซึ่งบางเดือนสามารถขยับเข้าใกล้ช่อง 3 ในอันดับ 2 ได้

โดยภาพรวมของรายได้ของกลุ่ม Mono ไตรมาส 3/63 มีรายได้รวมอยู่ที่ 442.7 ล้านบาท ลดลง 84.1 ล้านบาท หรือ 16% จากไตรมาส 3 ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 526.8 ล้านบาท รายได้หลักของ โมโน ยังคงเป็น รายได้จากการให้บริการสื่อโฆษณา อันดับ 2 เป็นรายได้จากการให้บริการคอนเทนต์ โดยเฉพาะบริการ หนังออนไลน์และบอกรับสมาชิกหรือ MonoMax มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยในไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้รวม 66.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.3 ล้านบาท หรือ 331 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการกักตัว รักษาระยะห่างในช่วงการระบาดของโควิด-19 และการได้ HBO Go คอนเทนต์ภาพยนตร์ต่างประเทศดังเข้ามาเป็นคอนเทนต์แม่เหล็ก และจัดทำโปรฯร่วมกับบริการอินเตอร์เน็ตบ้าน

นอกจากนี้รายได้จาก TV Shopping เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จาก 5.3 ล้านบาทไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว เป็น 10.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 94.3%

Share this: