ช่อง 3 เขย่าองค์กร ลดคนอีก 30% “กาละแมร์- นีน่า” พ้นฝ่ายข่าวด้วย

เกาะติดจอ ช่อง3

อีกข่าวใหญ่ของวงการทีวีดิจิทัล เมื่อวิก 3 พระรามสี่ กลุ่มช่อง 3 ประกาศปรับลดพนักงานระลอกใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้ตั้งเป้าหมายลด 30% จากจำนวนพนักงานที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 คน มีผลสิ้นเดือนต.ค.นี้ “กาละแมร์” และ “นีน่า” 2 อดีตพิธีข่าวติดโผกลุ่มพนักงานข่าวพ้นองค์กรด้วย

พิษเศรษฐกิจที่ลามไปทั้งโลก และการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจที่ต้องประกาศลดต้นทุน รวมถึงธุรกิจทีวีดิจิทัล นโยบายการลดต้นทุนทำให้หนีไม่พ้นกับการปรับลดบุคลากร โดยธุรกิจทีวีดิจิทัล หลายช่องหลายบริษัท มีการประกาศลดพนักงานมาแล้วหลายครั้ง ในกรณีของกลุ่มช่อง 3 มีโครงการลดมาแล้วหลายรอบ โดยรอบล่าสุดในยุคผู้บริหารชุดเก่า ที่มีนโยบายลดพนักงาน แต่กลับรับเพิ่มระดับบริหารกลุ่มใหญ่เข้ามามากมาย จนกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท

 

มีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มช่อง 3 ได้ประกาศปรับลดพนักงานระลอกล่าสุด โดย สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจทีวี บริษัท บีอีซี เวิลด์ หรือกลุ่มช่อง 3 ได้จัดประชุม Town Hall พร้อมถ่ายทอดผ่าน Intranet  ให้พนักงานทั้งหมดในช่วงเช้า ถึงแผนการปรับลดขนาดองค์กรให้สอดคล้องตามสภาพเศรษฐกิจและแนวทางธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ยกเลิกหน่วยงานบางหน่วยที่ไม่จำเป็น โดยมีนโยบายว่าจะพยายามคัดเลือกคนคุณภาพเอาไว้

 

หลังจากนั้นในช่วงบ่ายก็มีประกาศรายชื่อพนักงานที่ต้องออก ซึ่งมีรายงานว่ามีเป้าหมายเบื้องต้นไว้ 30% ของทุกแผนก ซึ่งรายชื่อของพนักงานที่ต้องออกทั้งหมด มีชื่อ Big Name อย่าง “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” และ “นีน่า กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์” อดีต 2 พิธีกรช่อง 3 อยู่ในกลุ่มรายชื่อพนักงานฝ่ายข่าว ที่เป็นพนักงานประจำด้วย

 

ซึ่งรายชื่อทั้งสองคนนี้ สร้างความแปลกใจให้กับบรรดาพนักงาน ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ทั้งสองคนมีรายชื่อเป็นพนักงานประจำด้วย

 

มีรายงานด้วยว่า ในกลุ่มรายชื่อพนักงานที่ต้องออกมีจำนวนมากที่เป็นพนักงานรุ่นเก่า ที่อยู่ในองค์กรนาน ไม่มีหน้าที่งานชัดเจน ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง มีรายชื่ออยู่ในแผนกต่างๆมานาน

 

สำหรับพนักงานที่ต้องออกในชุดนี้ ให้มีผลตั้งแต่สิ้นเดือนต.ค.นี้ จะได้เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน บวกเพิ่มพิเศษ 2 เดือน โดยตามกฎหมายแรงงาน จะได้เงินชดเชยจากบริษัทสูงสุด 400 วัน หรือประมาณ 13.3 เดือน หากมีอายุงาน 20 ปีขึ้นไป และต่ำสุด 30 วัน หากมีอายุงาน 120 วัน – 1ปี  ปัจจุบันกลุ่มช่อง 3 มีพนักงานรวมประมาณ 1,200 คน

 

ผลประกอบการของบริษัท บีอีซี เวิลด์ หรือกลุ่มช่อง 3 ในไตรมาส 2 /2563 ที่แจ้งต่อต่อตลาดหลักทรัพย์ พบว่า รายได้รวมของบริษัท อยู่ที่ 1,183.8 ล้านบาท ลดลง 908.5 ล้านบาท หรือ 43.4% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,092.3 ล้านบาท โดยกลุ่มรายได้จากขายเวลาโฆษณาลดลงมากที่สุด มีรายได้ไม่ถึงพันล้าน เพียง 887 ล้านบาท  ลดลงถึง 51.1% จากไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่มีรายได้อยู่ที่ 1,814.8 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากโดยการลดลงของรายได้มาจาก นาทีขายโฆษณาที่ลดลงจากการแข่งขันด้านราคาสูง มากขึ้นและเป็นผลมาจากการหดตัวอย่างมากของเม็ด เงินโฆษณาตามผลกระทบของ COVID-19 แม้ว่าจะมี ยอดผู้ชมทางโทรทัศน์มีมากขึ้น เนื่องมาจากการ Lockdown  สอดคล้องกับ รายงานของ นีลเส็น เปิดเผยมูลค่า ประมาณการเม็ดเงินโฆษณา ในครึ่งปีแรกปี 2563 ของกลุ่ม โทรทัศน์ อยู่ที่ 29,193 ล้านบาท ลดลง 4,973 ล้านบาท หรือลดลง 15% เมื่อเทียบกับครึ่งปี แรกปี 2562  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง โควิด ระบาดทั่ว กลุ่มช่อง 3  ไตรมาส 2 /2563 ขาดทุน 266.8 ลบ รายได้โฆษณาหด 51.1% โตเฉพาะขายสิขสิทธิ์ละครตปท.เพิ่ม 15.6% https://www.tvdigitalwatch.com/becworld-performance-trimas2-2563/

Share this: