โควิด ระบาดทั่ว กลุ่มช่อง 3 ไตรมาส 2 /2563 ขาดทุน 266.8 ลบ รายได้โฆษณาหด 51.1% โตเฉพาะขายสิขสิทธิ์ละครตปท.เพิ่ม 15.6%

ผลประกอบการ

ธุรกิจทีวีได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าจากพิษโควิด-19 รวมทั้งกลุ่มช่อง 3 เมื่อผลประกอบการ BEC World บริษัทแม่ของกลุ่มช่อง 3 ไตรมาส 2/63 ขาดทุน 266.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.4%เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กลุ่มรายได้หลักลดลงหมด รายได้โฆษณาลดถึง 51.1% แต่การขายลิขสิทธิ์ละครต่างประเทศโต 15.6% จากละคร 2 เรื่อง “อกเกือบหัก แอบรักคุณสามี” และ “พยากรณ์ซ่อนรัก”

บริษัท บีอีซี เวิลด์ หรือกลุ่มช่อง 3 แจ้งผลประกอบการของ ไตรมาส 2 /2563 ต่อตลาดหลักทรัพย์ พบว่า รายได้รวมของบริษัท อยู่ที่ 1,183.8 ล้านบาท ลดลง 908.5 ล้านบาท หรือ 43.4% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,092.3 ล้านบาท โดยกลุ่มรายได้จากขายเวลาโฆษณาลดลงมากที่สุด มีรายได้ไม่ถึงพันล้าน เพียง 887 ล้านบาท ลดลงถึง 51.1% จากไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่มีรายได้อยู่ที่ 1,814.8 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากโดยการลดลงของรายได้มาจาก นาทีขายโฆษณาที่ลดลงจากการแข่งขันด้านราคาสูง มากขึ้นและเป็นผลมาจากการหดตัวอย่างมากของเม็ด เงินโฆษณาตามผลกระทบของ COVID-19 แม้ว่าจะมี ยอดผู้ชมทางโทรทัศน์มีมากขึ้น เนื่องมาจากการ Lockdown สอดคล้องกับ รายงานของ นีลเส็น เปิดเผยมูลค่า ประมาณการเม็ดเงินโฆษณา ในครึ่งปีแรกปี 2563 ของกลุ่ม โทรทัศน์ อยู่ที่ 29,193 ล้านบาท ลดลง 4,973 ล้านบาท หรือลดลง 15% เมื่อเทียบกับครึ่งปี แรกปี 2562

ต้นทุนลดลงชัดเจน

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนของผลประกอบการในไตรมาส 2 นี้ ได้แก่การลดต้นทุน โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 1,020.4 ล้านบาท ลดลงถึง 850.1 ล้านบาทหรือ 45.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว ที่มีค่าใช้จ่ายรวม 1,870.5 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีนี้ ที่มีค่าใช้จ่าย 1,595.4 ล้านบาท ลดลง 575.1 ล้านบาท หรือ 36% ต้นทุนที่ลดลงไปมาจากการที่ทีมผู้บริหารชุดเก่าเงินเดือนสูงจำนวนมากออกไป และการบริหารคอนเทนต์ด้วยการใช้ละครรีรันในหลายช่วงเวลา รวมถึงเวลาไพรม์ไทม์ทุกวัน

ทั้งนี้การจัดละครรีรันต่อเนื่อง ภาพอาจจะดูไม่ดีสำหรับคนภายนอก แต่เป็นผลดีในแง่ผลประกอบการของบริษัทที่ดีขึ้น ทำให้ตัวเลขขาดทุนไตรมาส 2 นี้น้อยกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ขาดทุนอยู่ที่ 275.2 ล้านบาท

ขายลิขสิทธิ์ละครตปท.2 เรื่อง ทำรายได้โต 15.6%

รายได้จากใช้ลิขสิทธิ์ไตรมาส 2 /2563 อยู่ที่ 284.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.4 ล้านบาท หรือ 15.6% จาก ไตรมาส 2 / 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากการขายลิขสิทธิ์ละครไปยังต่างประเทศ เพิ่มขึ้น และรับรู้รายได้บางส่วนจากการออกอากาศ ละครเรื่อง อกเกือบหักแอบรักคุณสามี (My husband in law) และละครเรื่อง พยากรณ์ซ่อนรัก (Prophecy of Love) ในรูปแบบการ Simulcast ผ่านช่องทาง Tencent ไปยังประเทศจีน และ WeTV ในตลาดไทยและต่างประเทศ รายได้จากคอนเสิร์ตลดลง 87% เกิดจาก การงดจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ตตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19นั้น แต่สัดส่วนรายได้จากคอนเสิร์ต มีสัดส่วนไม่ถึง 1 % ของรายได้รวม รายได้หลักของ BEC ยังคงเป็นธุรกิจรายได้จากขายเวลาโฆษณา และรายได้จากใช้ลิขสิทธิ์ ที่มีสัดส่วน 74.9 %และ 24 % ตามลำดับ

BEC ไตรมาส 2 /2563 ขาดทุนสุทธิ อยู่ที่ 108.6 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 163.2 ล้านบาท หรือ 157.4% จาก ไตรมาส 2 / 2562 นอกจากเป็นการขาดทุนจากธุรกิจหลักแล้ว ยังมียอดลงบัญชี ค่าใช้จ่ายและหนี้สิน จากรายงานข้อมูลงบการของ BEC ระบุว่า บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (ทำธุรกิจจัดคอนเสิร์ต จองตั๋ว อีเวนท์) ได้มีข้อพิพาทถูก เ รีย ก ร้อ ง ค่ า เ สีย ห า ย ใ น เ รื่อ ง ผิด สัญ ญ า ต่ อ อนุญาโตตุลาการในประเทศสิงคโปร์ในปี 2556 นั้น ในเดือนมิ.ย. 2563 บริษัทย่อยและโจทก์อยู่ระหว่าการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างกัน บริษัท จึงบันทึก ค่าบัญชีค่าใช้จ่ายและหนี้สิน ที่อาจะเกิดขึ้นจากผลของคดีดังกล่าวเป็นจํานวนเงิน 42.7 ล้าน บาทในไตรมาสที่ 2/2562

เมื่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศคลี่คลายขึ้นแล้ว จะส่งผลต่อภาวะทางเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นบ้าง เจ้าของสินค้าอาจจะเริ่มพิจารณาการลงเงินโฆษณามากขึ้น ต้องดูว่า ทีมผู้บริหารใหม่ของกลุ่มช่อง 3 จะมีวิสัยทัศน์ และความเที่ยงธรรม ในการจัดทำกลยุทธ์ที่ดี เข้ามาจัดการได้ดีขนาดไหน ผลงานไตรมาสหน้าคงเป็นเครื่องพิสูจน์

Share this: