โอลิมปิก โตเกียว ปีหน้า โอกาส” 6 ช่องเล็ก”แจ้งเกิด

กสทช. ข่าวเด่น ถ่ายทอดสด

มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ที่เจอพิษโควิด -19 จนต้องเลื่อนการแข่งขันไปปีหน้า ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของประเทศไทยมีความคืบหน้า ได้ข้อสรุป 6 ช่องทีวีดิจิทัล ถ่ายทอดสดเรียบร้อยแล้ว

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า โอลิมปิก 2020 โตเกียว จะเลื่อนไปจัดเดือน ก.ค.ปีหน้า พร้อมยืนยันว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะต้องจัดให้ได้ไม่ว่าจะมีโควิดหรือไม่ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็น “ มหกรรมกีฬาแห่งชัยชนะเหนือโควิด” (Games that conquered Covid) เพราะไม่สามารถเลื่อนการจัดงานได้ออกไปอีกแล้ว ในขณะที่เพิ่งมีข่าวดีเรื่องความสำเร็จในการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer) และ ไปโอเอ็นเทค (BioNTech) จากสหรัฐอเมริกาล่าสุด ทำให้ความหวังของชาวโลกมีมากขึ้นในการกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เสียที

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทรท.หรือทีวีพูล ได้ข้อสรุปจากการประชุมร่วมกับทีวีดิจิทัลทุกช่องแล้ว หลังจากให้แต่ละช่องแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมการถ่ายทอดสดครั้งนี้ โดยมีจำนวน 6 ช่องเท่านั้นที่ยืนยันมา ได้แก่ ช่อง NBT ช่อง ThaiPBS ช่อง PPTV ช่อง GMM25 ช่อง True4U และช่อง NEW 18

ก่อนหน้านี้มีช่อง One และช่อง 9 อสมท เคยให้ความสนใจขอร่วมโครงการถ่ายทอดสดด้วย แต่ได้ขอถอนตัวไป จนเหลือเพียง 6 ช่อง ซึ่งทีวีพูล จะเป็นผู้จัดการแบ่งการถ่ายทอดสดการแข่งขันในแต่ละช่อง

โดยหลักการรูปแบบการถ่ายทอดสดจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มช่อง ได้แก่ กลุ่มช่องสารธารณะช่อง NBT และช่อง ThaiPBS จะถ่ายทอดแบบไม่มีโฆษณาเชิงธุรกิจ จะมีเฉพาะโฆษณาจากหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนเช่น กสทช. และการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนอีก 4 ช่องธุรกิจ จะถ่ายทอดสดโดยมีโฆษณาธุรกิจ โดยแบ่งรายได้ครึ่งหนึ่งให้กับผู้ถือลิขสิทธิ์

สำหรับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดโอลิมปิก 2020 ในประเทศไทย เป็นของ บริษัท เดนท์สุ เอเจนซี่จากประเทศญี่ปุ่น ที่ร่วมกับบริษัท แพลน บี ของไทย ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 480 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 240 ล้านบาท และอีก 240 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สำหรับลิขสิทธิ์ของการถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการดังกล่าวประกอบด้วย (1) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (โตเกียว 2020) (2) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว (โลซาน 2020) (3) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว (ปักกิ่ง 2022) (4) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน (ดาการ์ 2022) และ (5) การแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ (หางโจว 2022)

สาเหตุที่บรรดาช่องทีวีดิจิทัลช่องใหญ่ๆไม่สนใจเข้าร่วมถ่ายทอดสดรายการนี้ มีหลายเหตุผล ตั้งแต่

-ความไม่แน่นอนของการจัดการแข่งขันที่จะสามารถจัดได้ตามกำหนดการที่เลื่อนไปใหม่หรือไม่

-นักกีฬาไทยที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันมีน้อยราย มีความหวังในการชิงเหรียญทองไม่มาก ยกเว้นเทควันโด

-ตารางการถ่ายทอดสด อยู่ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการหลักของแต่ละสถานีที่น่าจะสามารถสร้างรายได้จากค่าโฆษณาได้มากกว่าการถ่ายทอดสดโอลิมปิก

ดังนั้น จึงเป็นโอกาสทองสำหรับช่องทีวีดิจิทัลช่องเล็ก ที่จะสร้างเรตติ้งและรายได้เพิ่มเติมจากช่วงเวลาดังกล่าว จากข้อมูลเรตติ้งแบบทั่วประเทศ กลุ่มผู้ชมอายุ 4 ปีขึ้นไป ประจำเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 6 ช่องที่จะถ่ายทอดสดโอลิมปิกอยู่ในอันดับ 11-16 เริ่มจากช่อง PPTV อยู่อันดับ 11 ช่อง GMM25 อันดับ 12 ช่อง True4U อันดับ 13 ช่อง ThaiPBS อันดับ 14 ช่อง NEW 18 อันดับ 15 และช่อง NBT อันดับ 16

Share this: