กลยุทธ์บุกออนไลน์ของช่อง 7 และช่อง 3 ดึงฐานผู้ชมรุ่นใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ ช่อง3 ช่อง7 เกาะติดจอ

 

ช่องทางการรับชมคอนเทนต์ออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น มีหลากหลายช่องทางในผู้ชมได้เลือกคอนเทนต์ที่ชอบและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ 2 ช่องใหญ่ดั้งเดิมวงการทีวีทั้งช่อง 7 และช่อง 3 ซึ่งเป็นเจ้าของคลังคอนเทนต์บันเทิง ละครที่ใหญ่ที่สุดของไทย จึงต้องลุกขึ้นมาประกาศลุยสร้างฐานผู้ชมออนไลน์ หวังจับกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่

กลยุทธ์การลุยธุรกิจของทั้งสองช่องในช่วงนี้ มีความแตกต่างกันเล็กน้อย เมื่อช่อง 7 ใช้ Bugaboo.TV (บักกาบูดอททีวี) ทั้งทางเว็บไซต์และแอพลิเคชั่นเป็นช่องทางหลัก จัดเป็นระบบสมาชิกแบบไม่เสียตังค์เพื่อดึงยอดสมาชิกให้ได้ตามเป้าหมายก่อน ส่วนช่อง 3 ใช้ช่องทาง Ch3+ ทางเว็บไซต์และแอพลิเคชั่นเช่นกัน แต่ช่อง 3 เพิ่งเริ่มประกาศเก็บค่าสมาชิกรับชมแบบพรีเมียม เดือนละ 79 บาท ไปเมื่อ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา โดนตั้งเป้ายอดสมาชิกแบบจ่ายตังค์ไว้ที่ 5 แสนคนใน 1 ปี

ฐานใหญ่ของทั้งสองช่องเป็นตลาดละครไทย ที่อยู่คู่กับผู้ชมมาอย่างยาวนานหลายสิบปี ต่างมีคลังข้อมูลละครที่เป็นที่นิยมในแต่ละยุคสมัย ละครเก่าเปรียบเหมือนละครคลาสสิค ที่หลายคนยังต้องการชมซ้ำๆเสมอ ทำให้ทั้งสองช่องสามารถจัดละครรีรันลงผังรายการในช่องทีวีดิจิทัลเรียกเรตติ้งได้ต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนของช่อง 7 ในช่องทางออนไลน์ เป็นการประกาศทำคอนเทนต์สำหรับผู้ชมออนไลน์โดยเฉพาะ จากข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุดของช่อง 7 ระบุว่า ภายในไตรมาสที่ 1 และ 2 ในปีนี้ ทางบักกาบูดอททีวี จะเพิ่มการผลิตเนื้อหาประเภทออริจินัลออนไลน์ซีรีส์ ที่ผลิตเอง จับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงานทั่วประเทศ โดยเริ่มจากการเปิดตัวซีรีส์ 3 เรื่อง คือ “มัธยมบ้านเฮา” (ความร่วมมืออำนวยการผลิต ระหว่าง ฟินฟิน แชนแนล และ 7Star Studio) “ร้านยารักษารัก” และ “ฟิตเปรี๊ยะ”

ในขณะที่ช่อง 3 เคยมีการผลิตคอนเทนต์สำหรับลงช่องทางออนไลน์ไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีเรื่องเด่นที่เรียกผู้ชมได้มากเท่ากับ ละครฮิตทางทีวีดิจิทัล “บุพเพสันนิวาส” ที่เป็นจุดเริ่มต้นเกิดของ Mello ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาเป็น Ch3+

สิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างของทั้งสองช่อง เป็นข้อมูลดารานักแสดงในสังกัด ที่เป็นจุดขายหลักของช่อง ซึ่งพยายามต่อยอดออกช่องทางออนไลน์ จัดคอนเทนต์ตามติดกิจกรรมของดาราแต่ละคน สร้างความผูกพันใกล้ชิดระหว่างดารานักแสดงกับผู้ชมมากขึ้น นำไปสู่การสร้างรายได้ในอนาคต

นอกจากนี้ช่องทางออนไลน์ ยังเป็นการจับกลุ่ม เข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพราะฐานผู้ชมหลักในช่องทางทีวีดิจิทัลเป็นคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

ข้อมูลผลวิจัยพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทยในปี 2563 ที่ผ่านมาโดยสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กสทช.ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าคอนเทนต์ที่คนไทยนิยมรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มออนไลน์ OTT ของไทย มากกว่า 50% เป็นคอนเทนต์ไทย ส่วนแพลตฟอร์ม OTT ต่างชาติ 1 ใน 3 อันดับแรก เป็นคอนเทนต์ไทยด้วยเช่นกัน

 

ข้อมูลผลวิจัยพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทยปี 2563 https://www.tvdigitalwatch.com/nbtc-thaiuser-online-2563/

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าคอนเทนต์ไทยยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการสร้างฐานผู้ชม และดึงดูดผู้ชมอยู่เสมอ บางครั้งที่ผู้ชมเบื่อ ก็หันไปหาคอนเทนต์ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน เหมือนกินอาหารรสชาติแปลกใหม่บ้าง แต่รสชาติที่ถูกใจ เข้าใจคนไทย ก็ยังเป็นคอนเทนต์ไทยอยู่เสมอ คอนเทนต์ที่ดี ไม่ว่าจะอยู่ช่องทางไหน ผู้ชมก็พร้อมตามไปเสมอ

ข่าวประชาสัมพันธ์ช่อง7

Bugaboo.tv ปรับตัวรีแบรนด์ ชูกลยุทธ์สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่

ฉลองครบรอบ 10 ปี บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด ผู้ผลิตแอปพลิเคชัน บักกาบูดอททีวี (Bugaboo.TV) แพลตฟอร์มสถานีโทรทัศน์ออนไลน์ (OTT-TV) สัญชาติไทย พร้อมปรับตัวรีแบรนด์ ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ หวังเพิ่มตลาดคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมมอบความบันเทิงให้คนไทยทั่วประเทศ เปิดตัวปรับโฉมโลโก้ใหม่ ภายใต้แคมเปญ ,ติดBUGABOOดูเหอะ โดยมีมิวสิควิดีโอ เพลง “ติดBUG” ผลงานของ UrBoyTJ หรือ นายจิรายุทธ ผโลประการ เป็นสื่อชูสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่

จักรพันธ์ ลีละมาสวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด กล่าวว่า บักกาบูดอททีวี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ด้วยการนำเสนอเนื้อหารายการออนไลน์เพื่อผู้ชมคนไทยทั้งประเทศ ที่ผ่านมาได้นำเสนอรายการย้อนหลัง (Re-run) โดยเฉพาะละครของทางช่อง 7HD ที่หาชมไม่ได้ในช่องทางออนไลน์อื่นๆ รวมถึง ภาพยนตร์ ซีรีส์ต่างประเทศ และรายการลิขสิทธิ์ต่างๆ การปรับตัวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ในครั้งนี้ จะเพิ่มรายการออนไลน์ที่ผลิตเอง และสร้างสรรค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้เหมาะสมกับผู้ชมในแต่ละวัยทั่วประเทศ โดยได้ใช้ผลการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อปรับรูปแบบรายการ และระยะเวลาในการรับชมให้เนื้อหามีความหลากหลาย อาทิ รายการวาไรตี้ ความยาวควรอยู่ระหว่าง 7 ถึง 15 นาที แต่ถ้าเป็นซีรีส์ เนื้อหาความยาวอยู่ประมาณ 30 ถึง 50 นาที รวมถึงระบบสมาชิกที่ไม่เสียค่ารับชมขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้ชม และเนื้อหาของรายการจะต้องมอบทั้งความบันเทิงไปพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจ (Passion) ให้กับกลุ่มผู้ชม อาทิ รายการเด็กสมัยนี้ เยาวภา ติดจอรอติดBUG ผีเล่าผี และ อร่อยต้องแชร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ทางบักกาบูดอททีวี ยังคงจับมือกับพันธมิตรหลักอย่าง ฟินฟิน แชนแนล (FINFIN Channel) โดย บริษัท บีวี มีเดียแอดส์ จำกัด ที่เป็นแอปพลิเคชันสื่อกลางระหว่างศิลปินนักแสดงช่อง 7HD และผู้นำทางความคิดในด้านต่างๆ ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก เพื่อนำเสนอเนื้อหาการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ (Lifestyle Content) ผ่านทั้งรายการที่สร้างแรงบันดาลใจ (Passion) และรายการแนวตามติดชีวิตส่วนตัว (Vlog) สามารถชมได้เฉพาะทางบักกาบูดอททีวีเท่านั้น รวมถึงการเชื่อมโยงกลุ่มสมาชิกแฟนคลับของนักแสดงและผู้นำทางความคิดที่มีชื่อเสียงในรูปแบบของกิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์ในการช่วยเหลือสังคม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่มแฟนคลับและศิลปินให้ใกล้ชิดมากขึ้นผ่านทางฟินฟิน แชนแนล

ภายในไตรมาสที่ 1 และ 2 ในปีนี้ ทางบักกาบูดอททีวี จะเพิ่มการผลิตเนื้อหาประเภทออริจินัลออนไลน์ซีรีส์ ที่ผลิตเอง จับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงานทั่วประเทศ โดยเริ่มจากการเปิดตัวซีรีส์ 3 เรื่อง คือ “มัธยมบ้านเฮา” (ความร่วมมืออำนวยการผลิต ระหว่าง ฟินฟิน แชนแนล และ 7Star Studio) “ร้านยารักษารัก” และ “ฟิตเปรี๊ยะ”

แอปพลิเคชัน บักกาบูดอททีวี เน้นวางเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2564 ใน 4 ด้านคือ การนำเสนอรายการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมออนไลน์ทุกวัย อาทิ รายการย้อนหลัง (Re-run) และรายการที่นำกลับมาทำใหม่ (Re-make) จากช่อง 7HD รวมถึงรายการที่ผลิตและสร้างสรรค์เอง โดยครีเอเตอร์หน้าใหม่ ออนไลน์ซีรีส์สำหรับคนรุ่นใหม่ และรายการออนไลน์เพื่อสังคม เป็นต้น นอกจากนั้น ยังวางเป้าหมายในด้านของการเติบโตของยอดสมาชิก ยอดการรับชม ยอดดาวน์โหลด และการเพิ่มรายได้จากการดำเนินงาน และสิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับหน้า UX/UI ให้ใช้งานง่าย และมีความทันสมัยเหมาะกับคนทุกเจเนอเรชัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ช่อง3

“CH3Plus Premium” ช่อง 3 ค่าสมาชิก 79 บาท/เดือน

ช่อง 3 เปิดให้บริการ “CH3Plus Premium” (สามพลัส พรีเมียม) ที่เป็นแบบบอกรับสมาชิก เพื่อยกระดับความสนุกได้ตามใจคุณ มีคอนเทนต์ให้ดูต่อเนื่องกว่า 10,000 ชั่วโมง รวมถึงคอนเทนต์ที่ไม่เคยรับชมมาก่อน มีจุดเด่น ที่ภาพและเสียงคมชัดระดับ Full HD (1080P) ดูต่อเนื่อง ไม่มีโฆษณาคั่น ปรับระดับความเร็วการรับชมได้ 8 ระดับ ย้อนดูรายการของช่อง 3 ที่ออกอากาศแล้วได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนขึ้นหน้าจอทีวีแบบไม่สะดุด Live chat ในขณะที่ละครกำลังออนแอร์ได้ด้วย และรับชมคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ของนักแสดงที่มีเฉพาะที่ CH3Plus Premium เท่านั้น อีกทั้งยังเติมเต็มความบันเทิงให้ผู้ชมได้ทั้งประสบการณ์ความสุขจากการรับชมที่มากกว่าเดิม และโอกาสความใกล้ชิดกับนักแสดงที่ชื่นชอบ

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจทีวี บมจ.บีอีซี เวิลด์ ได้กล่าวถึงการเปิดตัว “CH3Plus Premium” ว่า “ช่อง 3 เป็นผู้นำด้านการผลิตคอนเทนต์ มีคอนเทนต์ที่อยู่ในมือเป็นจำนวนมาก และมีนักแสดงที่มีชื่อเสียงอยู่ในกระแสเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน การที่เราเปิดบริการ CH3Plus Premium ซึ่งเป็นแบบบอกรับสมาชิกหรือ SVOD จึงเป็นโอกาสที่เราจะสามารถสร้างประสบการณ์การรับชมที่หลากหลายให้กับผู้ชม ด้วยการรับชมที่มีความล้ำหน้ามากขึ้นแบบไม่มีโฆษณาคั่น สามารถดูคอนเทนต์ต่อเนื่องได้มากกว่า 10,000 ชม. ที่สำคัญคือ Live chat กับนักแสดงในขณะที่ละครกำลังออนแอร์ได้ด้วย นับเป็นความสุขที่มีมากขึ้นจากการรับชมปกติ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Single Content Multiple Platform ที่สามารถดูสดคู่ขนาน (simulcast) พร้อมกับทีวีช่อง 3”

วรุตม์ ลีเรืองสกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักดิจิตอลและกลยุทธ์สื่อใหม่ บมจ.บีอีซี เวิลด์ ได้กล่าวเสริมว่า ได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะได้ยอดสมัครสมาชิก 5 แสนคน ภายใน ปี 2564 หลังจากที่เปิดตัววันที่ 19 ก.พ.นี้

CH3Plus Premium คือการยกระดับความสนุกที่พัฒนาต่อยอดจาก CH3Plus ให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงออนไลน์แบบบอกรับสมาชิก ที่ยกระดับการรับชมให้มีความพิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น โดยสมาชิกของ CH3Plus Premium จะยังคงได้รับความบันเทิงในแบบที่ CH3Plus มีอยู่แล้วทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น การดูสดและดูย้อนหลัง ทั้งละครใหม่ ละครเก่า ซีรีส์นานาชาติ รวมถึงเพลงละคร แต่จะมีฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อการรับชมอีกหลายอย่าง โดยผู้ชมสามารถรับชมแบบยาว ๆ ไร้โฆษณาคั่น และผู้ชมยังสามารถปรับสปีดการรับชมได้สูงสุดถึง 8 ระดับ โดยสามารถเร่งความเร็วของภาพได้สูงสุดถึง 2 เท่าของความเร็วปกติ และสโลได้ช้าสุดถึง 1 ใน 4 เท่า ฉากไหนที่อยากดูนาน ๆ หรือดูเร็ว ๆ ก็สามารถเร่งหรือสโลได้ทันที โดยที่ภาพในฉากนั้น ๆ จะไม่หายไปไหน และที่สำคัญคือการเชื่อมต่อ CH3Plus Premium บนสมาร์ตโฟนขึ้นหน้าจอ

ในส่วนของคอนเทนต์ สมาชิก CH3Plus Premium ที่พลาดดูคอนเทนต์สด ก็สามารถย้อนดูรายการที่ออกอากาศไปแล้วได้ในทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอจนถึงเที่ยงคืนเพื่อสามารถดูคอนเทนต์ที่ออกอากาศไปในวันเดียวกัน

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสใกล้ชิดกับดารานักแสดงที่เป็นที่ชื่นชอบ CH3Plus Premium มีฟีเจอร์ Live chat ที่ให้แฟน ๆ ได้แชทเกี่ยวกับละครหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่สนใจนอกจากนี้ยังมีคอนเทนต์พิเศษส่วนตัวของนักแสดง ที่เป็นคอนเทนต์เกี่ยวไลฟ์สไตล์ของนักแสดงแต่ละคนมาให้สมาชิกได้รับชม แถมด้วยกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกที่จะตามมาอีกมากมาย

การสมัครสมาชิก “CH3Plus Premium” (สามพลัส พรีเมียม) เพื่อรับสิทธิพิเศษชม Content Exclusive และร่วมกิจกรรม Special Event พร้อมใกล้ชิดนักแสดงที่ชื่นชอบ จะเปิดให้บริการทั้งรายเดือนและรายปี ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในเว็บไซต์ ได้ระบุค่าสมาชิกรายเดือนที่ 79 บาทต่อเดือน

 

Tagged