เจาะลึกช่อง 7 VS ช่อง 3 จุดแข็ง จุดอ่อน เรตติ้งรายชั่วโมงเดือนพ.ย.61

การได้เรตติ้งสูงทุกวัน ไม่ใช่มาจากรายการใดรายการหนึ่ง หรือแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกนาทีสำคัญที่จะสร้างผลงานเรตติ้งที่สูงชนะเหนือคนอื่น เหมือนอย่าง ช่อง 7 และช่อง 3 ที่สู้กันเต็มที่ทุกชั่วโมง จนยังสามารถรักษาแชมป์และรองแชมป์ได้

วิเคราะห์เจาะเรตติ้ง เฉลี่ยรายชั่วโมงของ 2 ช่องใหญ่ ช่อง 7 และ ช่อง 3 ในเดือนพ.ย.61 ที่วัดเรตติ้งอายุ 4+ เวลา 18 ชั่วโมง (06.00-24.00 น.) เฉลี่ยจากทุกวัน ทำให้เห็นสถานการณ์การแข่งขันของทั้ง 2 ช่องหลัก นี้ ที่ช่อง 7 ส่วนใหญ่มีรายการได้เรตติ้งเฉลี่ยเกิน 1 เกือบทั้งหมด  มีเพียงช่วงเที่ยงและเย็นที่ต่ำกว่า 1 เล็กน้อย ส่วนช่อง 3 ช่วงเช้า ช่วงเช้า ช่วง 10 โมง และ 5 ทุ่มที่ต่ำกว่า 1

สำหรับช่วงแข็งแกร่งนั้น ช่อง 7 แข็งแกร่งมากในช่วงเวลา 08.00-09.00น.ที่มีละครพื้นบ้าน “สังข์ทอง” ออกอากาศในวันหยุด เป็นรายการทำเรตติ้งหลัก ส่วนวันทำงานเป็นช่วงเวลาข่าว ทำเรตติ้งยืนหนึ่ง เหนือช่อง 3 ถึง 3 เท่าตัว และช่วงละครเย็น มีเรตติ้งนำหน้าช่อง 3 กว่าเท่าตัว

ในขณะที่ช่อง 3 ช่วงที่แข็งแรงมากที่สุดคือ ช่วงบ่าย โดยเฉพาะเวลาบ่าย 3-4 โมงเย็น ทั้งรายการข่าวและรายการวาไรตี้ ช่วยทำเรตติ้งแซงช่อง 7ไปได้  ซึ่งช่อง 3 มีคอนเทนต์ละครรีรันบ่าย และรายการข่าวเย็นเป็นตัวดึงเรตติ้งของทั้งช่วงบ่าย ก่อนที่จะไปแพ้ในช่วงละครเย็น

ช่วงที่เบียดกันมากคือ ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. บางวันเรตติ้งสลับกันแพ้ชนะ แต่โดยเฉลี่ยรวมในช่วงนี้ช่อง 7 ชนะไปอย่างสูสี

แสดงให้เห็นจุดแข็งของทั้ง 2 ช่อง ที่มีรายการยอดนิยม มีผู้ติดตามต่อเนื่องมาเป็นเวลานานจากความเป็นช่องเก่าดั้งเดิมตลอดทั้งวัน แม้ว่าแต่ละช่วงจะมีเรตติ้งเฉลี่ยลดลงเนื่องจากมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นก็ตาม

บทสรุปที่เห็นได้ชัดคือ หากช่องไหนจะก้าวขึ้นมาในอันดับต้นๆได้ คงต้องมีรายการทำเรตติ้งเฉลี่ยค่อนข้างมั่นคงต่อเนื่องทั้งวัน การมีรายการเด่นบางรายการ อาจเป็นจุดเริ่มต้น และที่เหลือเป็นโจทย์ต่อสำหรับรายการอื่นในช่องที่ต้องปรับตัว ด้วยการสนับสนุนทั้งนโยบาย และเงินทุนจากผู้บริหารช่องอย่างมีกลยุทธ์  ที่ขาดไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ เพื่อช่วยเสริมเรตติ้งทั้งช่องไต่ระดับมาเบียดพี่ใหญ่ทั้งสองช่องได้

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!