สถิติคนดูฟุตบอลโลก 2018 vs 2022 ดูผ่านทีวี

You Tube วิเคราะห์วงการ โซเชียลมีเดีย

การขยับล่าสุดของฟีฟ่า ในการเป็นพันธมิตรพิเศษกับ TikTok และ YouTube ที่ตกลงให้เป็น Preferred Platform เผยแพร่คอนเทนต์ฟุตบอลโลก 2026 เสิร์ฟให้เข้าถึงมือคนดูได้ทุกที่ เป็นไปตามคาดการณ์ของการขยับปรับตัว ตามเทรนด์การดูคอนเทนต์ของผู้บริโภค ที่ใช้เวลาอยู่ที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากกว่าการนั่งรอเฝ้าจอทีวีที่บ้าน

ข้อมูลบางส่วนของ InsideFIFA พบว่า จำนวนคนดูถ่ายทอดสดทั่วโลกผ่านทีวี ทั้งกลุ่มที่ดู 1 นาที และกลุ่มที่ดูนาน 20 นาที ต่างก็ลดลงกว่า 10% ขณะที่จำนวนคนดูผ่านโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะเทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างดี

สำหรับรายละเอียดสถิติเกี่ยวกับจำนวนผู้ชมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่ผ่านมาปี 2018 และ 2022 มีดังนี้

-จำนวนผู้ชมทั้งหมด
ปี 2018 ฟุตบอลโลกจัดที่รัสเซีย มียอดคนดูรวมทุกช่องทาง 3,572 ล้านคน เฉลี่ยต่อแม็ตช์ 191 ล้านคน
ปี 2022 ฟุตบอลโลกจัดที่กาตาร์​ มียอดดูทุกช่องทางกว่า 5,400 พันล้านคน เฉลี่ยต่อแม็ตช์ 175 ล้านคน

-จำนวนผู้ชม 1 นาทีทางทีวีที่บ้าน
ปี 2018 จำนวน 3,260 ล้านคน
ปี 2022 จำนวน 2,870 ล้านคน ลดลงจากปี 2018 คิดเป็น 11.9%

-จำนวนผู้ชม 20 นาทีทางทีวีที่บ้าน
ปี 2018 จำนวน 2,650 ล้านคน
ปี 2022 จำนวน 2,210 ล้านคน ลดลงจากปี 2018 คิดเป็น 16.6%

ประเทศที่ดูผ่านทีวีลดลงมากที่สุดคือ จีน อินเดีย ที่ประชากรใช้ดิจิทัล โซเชียลมีเดียกันจำนวนมาก โดยกว่าครึ่งดูถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

-ยอดคนดูฟุตบอลโลกผ่านโซเชียลมีเดีย
ปี 2018 จำนวน 309.7 ล้านคน
ปี 2022 จำนวน 2,170 ล้านคน

นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจคือในรอบคู่ชิงชนะเลิศ
ในปี 2018 คู่ชิงระหว่าง ฝรั่งเศส -โครเอเชีย มียอดคนดู 1,120 ล้านคน ดูผ่านทีวีที่บ้าน 884.37 ล้านคน
ดูนอกบ้าน และดิจิทัล 231.82 ล้านคน ส่วนใน ปี 2022 คู่ชิงระหว่างฝรั่งเศส – อาร์เจนติน่า มียอดคนดูถึง 1,420 ล้านคน ดูผ่านทีวีที่บ้าน 1,064 ล้านคน และดูผ่านดิจิทัล 237 ล้านคน


จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการขยับแรงสำหรับ YouTube ที่ตกลงล่าสุดกับ FIFA ในการได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ระดับ Preferred Platform เป็นแพลตฟอร์มหลักในการเผยแพร่คอนเทนต์ฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ช่วงวันที่ 11 มิถุนายน- 19 กรกฎาคม 2026 ทั้งไลฟ์ เบื้องหลัง ไฮไลต์ รวมถึงการเข้าถึงฐานข้อมูลการแข่งขันในอดีต โดยจะเป็นแพลตฟอร์มรวมพันธมิตรสื่อและครีเอเตอร์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้ง่าย

สื่อต่างชาติสรุปกันว่า เป็นการทำให้คอนเทนต์ฟุตบอลโลก เข้าถึงกลุ่มที่นิยมดู YouTube และนำไปสู่การเข้าถึงพันธมิตรสื่อที่ร่วมถ่ายทอดสดได้ง่ายขึ้น เช่น สื่อที่ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสามารถสตรีม 10 นาทีแรกของแมตช์การแข่งขันผ่านช่อง YouTube บางแมตช์จัดไลฟ์เต็มๆ ได้ เรียกได้ว่า “มาเสริมกัน ไม่ได้มาแทน” ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอติดตามกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปีวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา FIFA ก็ตกลงกับ TikTok ไปแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จในการร่วมมือกันในโปรแกรมฟุตบอลโลกหญิง 2023 ที่มียอดวิวใน TikTok นับหมื่นล้านครั้ง

เรียกได้ว่าลงตัวในความต้องการ ระหว่าง FIFA ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ที่อยู่ในโซเชียลมากกว่านั่งดูจอทีวีที่บ้าน กับเจ้าของแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ดึงคนให้เข้ามามากขึ้น อยู่นานขึ้น


สรุปข้อมูลจาก USA TODAY, Youtube Official Blog, TikTokNewsroom, Inside FIFA

Tagged