เปิดผลงานเรตติ้งทีวีดิจิทัลในรอบ 11 เดือนปี 2563

เปิดผลงานเรตติ้งทีวีดิจิทัลในรอบ 11 เดือนปี 2563

เรตติ้งช่อง เรตติ้งประจำปี

ปี 2563 ปีที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลกระทบหนักเช่นเดียวกัน แม้ผู้คนต้องกักตัว อยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อมากขึ้น ยอดการรับชมทีวีในช่วงการระบาดมีสูงขึ้น แต่การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง จากรายได้ที่น้อยลง การตกงานมากขึ้น มีผลชัดเจนต่อรายได้โฆษณาในทุกอุตสาหกรรมที่ลดต่ำลง

ความนิยมของแต่ละช่องทีวีดิจิทัลในรอบ 11 เดือน ของปี 2563 ในรูปแบบของเรตติ้งแบบทั่วประเทศในกลุ่มผู้ชมที่อายุเกิน 4 ปีขึ้นไป และสัดส่วนผู้ชมของแต่ละช่อง ( Market Share) พบว่า ในกลุ่มช่อง TOP5 เป็นกลุ่มช่องเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่ช่อง 7 อันดับ 1 ช่อง 3 อันดับ 2 ช่อง Mono อันดับ 3 ช่องเวิร์คพอยท์ อันดับ 4 และช่อง One อันดับ 5

วัดตัวเลขจาก Market Share ของทั้ง 5 ช่อง พบว่า มีแชร์รวมกันถึง 67.79% โดย 3 ช่องใหญ่ ช่อง 7 ช่อง 3 และช่อง Mono มีแชร์รวมกัน 51.02% มากกว่าครึ่งหนึ่งของช่องที่เหลือทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า ช่องขนาดใหญ่ยังเป็นช่องที่มีอิทธิพลสูง และยังครองส่วนแบ่งผู้ชมสูงมาก

ส่วนช่องในกลุ่ม TOP10 รวมกันแล้วมีแชร์รวมกันถึง 92.19% ช่องที่เหลืออีก 8 ช่องเล็กมีแชร์รวมกันเพียง 7.81% เท่านั้น

เทียบเรตติ้ง 11 เดือนปี 63 VS 62

เรตติ้ง 11 เดือนของปี 2562 มีช่องทีวีทั้งหมด 25 ซึ่ง 7 ช่องที่ขอเลิกใบอนุญาตในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ช่อง 3SD ช่อง 3 Family ช่อง Spring26 ช่องสปริงนิวส์ ช่องวอยซ์ทีวี และช่อง MCOT Family แต่พบว่าในรอบ 11 เดือนเรตติ้งช่อง 3SD ยังอยู่ในอันดับ 9 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของกลุ่มช่องที่คืนใบอนุญาต ส่วนช่องสปริงนิวส์อยู่ในอันดับสุดท้าย

เมื่อเทียบเรตติ้งของทั้งสองปี จะพบว่า เรตติ้ง 11 เดือนของปีนี้ ช่องที่มีเรตติ้งและแชร์เพิ่มขึ้น มีตั้งแต่ช่อง Mono ช่อง One ช่องไทยรัฐทีวี ช่องอมรินทร์ทีวี และช่อง 8 เป็นกลุ่มช่องที่ได้แชร์ผู้ชมเพิ่มขึ้นสูง และช่องที่มีแชร์เพิ่มขึ้นแต่ไม่สูงมาก ได้แก่ ช่อง 3 ช่องเนชั่นทีวี ช่อง 9 ช่อง GMM25 ช่อง ThaiPBS และช่อง TNN และช่อง NBT

ช่องเน้นข่าว ทั้งช่องไทยรัฐทีวีและช่องอมรินทร์ เป็น 2 ช่องเน้นรายการข่าวที่มีผลงานเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อเทียบกับ 11 เดือนปีที่แล้ว เนื่องจากมีข่าวใหญ่ในแต่ละช่วงสถานการณ์ที่ได้รับความนิยมสูง เช่นข่าว “คดีน้องชมพู่” ที่ถูกพบเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ และสร้างความโด่งดังให้กับ “ลุงพล” ที่กลับมาเป็นคนในข่าวเสียเอง และการชุมนุมทางการเมือง การรายงานสดม็อบต่างๆ ทำให้รายการข่าวในช่วงไพรม์ไทม์ของทั้ง 2 ช่องได้รับความนิยมสูงมากขึ้นต่อเนื่อง

ในขณะที่ช่อง One มีผลงานดีขึ้นชัดเจนเช่นกัน โดยรายการช่วงเวลา 18.00-20.00น. ของทุกวัน เป็นช่วงเวลาเด่นที่สุดของช่อง ทั้งจากละครค่ำ และกลุ่มรายการประกวดร้องเพลงที่เป็นจุดเด่นของช่อง

ส่วนช่องที่เรตติ้งเฉลี่ยและแชร์ลดลงได้แก่ ช่อง 7 ช่องเวิร์คพอยท์ ช่อง PPTV ช่อง True4U ช่อง New 18 และช่อง 5

 

Share this: