เรตติ้งเดือนก.ค.62 : น่าจับตาช่อง One อันดับ 5 เรตติ้งพุ่ง ขยับเข้าใกล้เวิร์คพอยท์ อันดับ 4

เรตติ้งประจำเดือน

เดือนก.ค. 2562 เดือนแรกของครึ่งปีหลัง เป็นความโดดเด่นของช่อง One ที่มีผลงานดีต่อเนื่องจากคอนเทนต์โดยรวมของช่อง โดยเฉพาะจากละครไทย ที่ช่อง One จัดลงผังทั้งละครเย็น และละครช่วงไพรม์ไทม์ ทำให้เรตติ้งเฉลี่ยในเดือนก.ค.ของช่อง One เติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับทุกช่องที่มีการวัดเรตติ้ง

ช่อง One มีเรตติ้งเฉลี่ย 0.627 เพิ่มจาก 0.543 ในเดือนมิ.ย. รายการที่ทำเรตติ้งสูงสุดของช่อง One ได้แก่ละครเย็น “ไลลา ธิดายักษ์” ความน่ารักของ “น้องอินเตอร์” ด.ญ.รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ช่วยผลักดันให้ละครเย็นแนวแฟนตาซี ได้รับความนิยมสูงจนสามารถแซงชนะ แชมป์ละครเย็นอย่างช่อง 7 ลงไปได้ มีผลให้ช่อง 7 ต้องหาทางแก้ ส่งละครเย็นเรื่องใหม่มากู้สถานการณ์ “ไลลา ธิดายักษ์”ทำเรตติ้งตอนจบไปได้ที่ 4.488

ในขณะที่ละครช่วงไพรม์ไทม์ ก็ได้ “ใบไม้ที่ปลิดปลิว” บทบาทใหม่ของ “ใบเฟิร์น- พิมพ์ชนก” จากหนุ่มน้อยขาดรัก แปลงเพศพลิกชีวิตมาเป็นสาวสวย ที่มาพร้อมความแค้นและความรัก เรียกเสียงฮือฮา สร้างกระแสได้ไม่น้อย อีกทั้งยังมีกลยุทธ์ละครมาราธอน เอาละครที่กำลังออกอากาศมารีรันในช่วงวันหยุดเทศกาล สร้างเรตติ้งให้กับช่องได้ทุกครั้ง

แม้ว่าเรตติ้งเฉลี่ยของช่อง One จะยังอยู่ที่อันดับ 5 ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ขยับเข้าใกล้ช่องเวิร์คพอยท์ ที่อยู่ในอันดับ 4 ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยช่องอยู่ที่ 0.674 ห่างกันเพียง 0.046 เท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ เคยเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.เดือนที่มีเทศกาลวันหยุดมาก ซึ่งในเดือนเม.ย.นี้ ช่องเวิร์คพอยท์มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.627  ส่วนช่อง One มีเรตติ้งเฉลี่ย 0.613 ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า อาจจะเป็นเพราะละครมาราธอน มีผลต่อการเพิ่มเรตติ้งของช่องนอกเหนือจากละครที่ออกอากาศในช่วงเวลาปกติ

อย่างไรก็ตามเรตติ้งเฉลี่ยของเวิร์คพอยท์ในเดือนก.ค.นี้ ก็ยังมีเรตติ้งเพิ่มขึ้น 0.009 จากเดือนมิ.ย.ที่ได้ 0.665 มาจากผลงานของรายการหลักๆของช่อง ทั้งรายการใหม่ “10 Fight 10” , I Can See Your Voice, หน้ากากนักร้อง หรือ ไมค์ทองคำ

ในกลุ่ม TOP 10 มีช่องที่ได้เรตติ้งเพิ่มขึ้น 6 ช่องนอกเหนือจากช่องเวิร์คพอยท์และช่อง One แล้ว ยังมีช่อง โมโน ที่มีคอนเทนต์แตกต่างชัดเจนจากภาพยนตร์ต่างประเทศ หนังฟอร์มยักษ์ยังคงเรียกเรตติ้งสู้กับละครไทยได้อยู่เสมอ มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ในอันดับ 3 เรตติ้งเฉลี่ย 0.870 เพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ได้ 0.791

ส่วนอมรินทร์ทีวี คอนเทนต์เด่นด้านรายการข่าว “ทุบโต๊ะข่าว”ที่เริ่มกลับมาสูสีกับคู่แข่ง “ไทยรัฐนิวส์โชว์” ได้อีกครั้ง แถมยังมีละคร “สามีสีทอง”เข้าลงผัง เป็นละครชุดแรก ออกอากาศเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ เรตติ้งอยู่ในระดับ 0.8-0.9 เป็นช่องน้องใหม่ จัดละครลงผังได้กระแส ความนิยม เรตติ้งดีกว่าหลายๆช่อง น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่องอมรินทร์ทีวี อาจจะต้องเพิ่มชุดละครอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทำให้เรตติ้งเฉลี่ยช่องเพิ่มจาก 0.352 เป็น 0.363 ยังอยู่ในอันดับ 7 เช่นเดิม

ช่อง 3SD ที่ได้เรตติ้งเฉลี่ยเพิ่มขึ้นด้วยจากละครรีรันที่ออกอากาศต่อเนื่องทั้งวัน ที่คาดว่าช่อง 3 คงใช้กลยุทธ์นำละครรีรันมาออกอากาศเพิ่มเติมหลังจากนี้ด้วยเช่นกัน ที่จะเริ่มเห็นเร็วๆนี้ ได้แก่ผังรายการของช่อง 3 หลังจากจบซีรีส์อินเดียในช่วงเย็น ก่อนเข้าละครเย็น จะกลายเป็นผังของละครรีรัน โดยจะเริ่มต้นด้วย “คลื่นชีวิต” ที่เป็นการต่อยอดความสำเร็จของผลงานการแสดงของ “ญาญ่า อุรัสยา” ที่มีผลงานสุดโดดเด่นในปีนี้จากละคร “กลิ่นกาสะลอง”ที่เพิ่งจบลงไป

จะทำให้ภาพรวมช่อง 3 จะมีชุดละครรีรันออกอากาศในช่องต่อวัน ถึง 3 เรื่อง ตั้งแต่ช่วงเข้า บ่าย และเย็น (18.00)  ส่วนช่วงเวลา 19.00 น. คาดว่าหลังจากจบ “กรงกรรม” น่าจะเป็นการเริ่มต้นของละครชุดใหม่แล้ว

ส่วนอันดับ 10 ช่องพีพีทีวี กลับมาเข้าสู่กลุ่ม TOP10 ได้อีกครั้ง ทำเรตติ้งเฉลี่ย 0.200 เพิ่มจาก 0.180 ในเดือนมิ.ย. พีพีทีวียังคงมีคอนเทนต์หลักจากการถ่ายทอดสดรายการกีฬาหลายรายการ ฟุตบอล มวย ผสมผสานกับรายการหมวดบันเทิง ที่มีรายการหลักคือ “กิ๊ก ดู๋” และละคร “มนตรามหาเสน่ห์”

สำหรับ 2 ช่องผู้นำ ทั้งช่อง 7 และช่อง 3 มีเรตติ้งเฉลี่ยในเดือนก.ค.นี้ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. จากสภาพการแข่งขันของที่รุนแรงมากขึ้นของช่องในกลุ่ม TOP10 ที่จัดคอนเทนต์ประชัน เรียกผู้ชมกันเต็มที่ ทั้งนี้ในเดือนก.ค.ช่อง 7 จะมีละครที่ทำเรตติ้งสูงสุดของทุกช่องทีวีดิจิทัลในปีนี้ “ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์” ทำเรตติ้งตอนจบไว้ที่ 11.391

โดยสรุปภาพรวมของความนิยม เรตติ้งของแต่ละช่อง คอนเทนต์ละครยังเป็น ตัวจักรสำคัญที่สุดในการผลักดัน สร้างกระแสความนิยมของแต่ละช่องให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อภาพรวมรายได้จากค่าโฆษณาของช่อง และการขายคอนเทนต์ในช่องทางออนไลน์ หรือต่างประเทศในอนาคตด้วย

*หมายเหตุ” เดือนก.ค. เป็นเดือนแรกที่ไม่มีการวัดเรตติ้งของช่อง สปริงนิวส์ และวอยซ์ทีวี ที่ออกจากระบบการวัดเรตติ้งตั้งแต่  1 ก.ค.2562 เป็นต้นมา จึงเหลือช่องที่อยู่ในระบบการวัดเรตติ้งของนีลเส็นเพียง 23 ช่องเท่านั้น

Share this: