เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหญ่ มีสาขาในประเทศไทย มีชื่อว่า บริษัท เน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Netflix (Thailand) Ltd. มีรายได้ และกำไรสุทธิตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จดทะเบียนตั้งบริษัทในไทยตั้งแต่ปี 2564
ตลาดสตรีมมิ่งในไทย เน็ตฟลิกซ์มีส่วนแบ่งสมาชิกมากที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างชาติรายอื่น โดยเน็ตฟลิกซ์ได้ตั้งสำนักงานในไทยเมื่อปี 2564 เป็นช่วงเวลาโควิดกำลังระบาด ที่ผู้คนต้องเฝ้าระวังเว้นระยะห่าง ใช้ชีวิตอยู่บ้าน การเสพความบันเทิงจากสตรีมมิ่งจึงเป็นทางเลือกในการพักผ่อนที่ลงตัวที่สุด ซึ่งในรายงานหัวข้อเรื่อง “เน็ตฟลิกซ์ในประเทศไทย: พลังขับเคลื่อนอนาคตจากการเล่าเรื่องท้องถิ่น” ระบุไว้ว่า ช่วงปี 2564 ถึง 2567 เน็ตฟลิกซ์ได้ลงทุนในคอนเทนต์ไทยรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6,000 ล้านบาท ให้เกิดผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ออริจินัลของไทยมากกว่า 20 เรื่อง
ย้อนไปดูข้อมูลเบื้องต้นของเน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) พบว่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 150 ล้านบาท ขนาดธุรกิจไซส์ L ในประเภทธุรกิจ กิจกรรมของบริษัทโฆษณา วัตถุประสงค์คือ ดำเนินการและให้การสนับสนุนด้านการโฆษณา การตลาด การประชาสัมพันธ์ การพัฒนาและการผลิตงานภาพยนตร์ สื่อใหม่
ส่วนงบการเงินของบริษัท ตั้งแต่ปี 2564 – ปี 2568 ล่าสุดที่เพิ่งแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีรายได้ ค่าใช้จ่าย และ กำไรสุทธิ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเปรียบเทียบระหว่างปี 2567 กับ 2568 รายได้และกำไรสุทธิเติบโต โดยรายได้ปี 2568 เพิ่มขึ้น 12.30% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.24%
รายละเอียด รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรสุทธิ ของเน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) มีดังนี้
ปี 2564
รายได้รวม 61,978,698 บาท
รายจ่ายรวม 58,093,008 บาท
กำไรสุทธิ 2,704,247 บาท
ปี 2565
รายได้รวม 630,540,040 บาท
รายจ่ายรวม 586,627,403 บาท
กำไรสุทธิ 34,176,611 บาท
ปี 2566
รายได้รวม 659,628,872 บาท
รายจ่ายรวม 608,715,430 บาท
กำไรสุทธิ 38,213,274 บาท
ปี 2567
รายได้รวม 570,244,593 บาท
รายจ่ายรวม 528,651,946 บาท
กำไรสุทธิ 30,184,808 บาท
ปี 2568
รายได้รวม 640,413,457 บาท เพิ่มขึ้น 12.30%
รายจ่ายรวม 596,754,379 บาท เพิ่มขึ้น 12.88%
กำไรสุทธิ 31,164,993 บาท เพิ่มขึ้น 3.24%
แพ็คเกจโฆษณาเน็ตฟลิกซ์ ซีรีส์ วิดีโอแนวตั้ง หนัง พอดคาสต์ และถ่ายทอดสด
สิ่งที่น่าสนใจตามมาคือ การประกาศของเน็ตฟลิกซ์ ในการเตรียมปล่อยแพ็คเกจที่มีโฆษณา เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงในราคาค่าบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ใน 15 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย โดย เอมี่ เรนฮาร์ด ประธานฝ่ายโฆษณาของเน็ตฟลิกซ์ กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ขยายบริการ Netflix พร้อมโฆษณาไปยังอีก 15 ประเทศทั่วโลกในปี 2027 รวมถึงประเทศไทย สำหรับสมาชิก นี่หมายถึงทางเลือกในการรับชมเน็ตฟลิกซ์ ในราคาที่ตอบโจทย์มากขึ้น
สรุปใจความสำคัญในการประกาศล่าสุดของเน็ตฟลิกซ์ เรื่องเตรียมปล่อยแพ็คเกจใหม่สำหรับ 15 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เริ่มปี 2027 คือ
แพ็คเกจใหม่คือ บริการแพ็คเกจที่มีโฆษณา (Ads Plan)
ค่าสมาชิกจะถูกลง โดยแพ็คเกจที่มีโฆษณายังมอบทุกสิ่งที่ผู้คนชื่นชม ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
ทางเลือกของแบรนด์สินค้า คือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ และผู้ลงโฆษณาในแต่ละประเทศ ในการเข้าถึงผู้ชมที่หลากหลาย
สรุปผลที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ คนไทยอาจได้สมัครสมาชิกเน็ตฟลิกซ์ในราคาถูกลงในปีหน้า แบรนด์สินค้าในไทยมีทางเลือกมากขึ้นในการใช้เงินโฆษณา นอกเหนือจากสื่อปัจจุบันในไทย
รายละเอียด 15 ประเทศ ที่เตรียมแพ็คเกจที่มีโฆษณาให้สมาชิกสมัครในปีหน้า คือ ออสเตรีย เบลเยียม โคลอมเบีย เดนมาร์ก อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เปรู ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์
ยอดสมาชิกใหม่ แพ็คเกจเน็ตฟลิกซ์พร้อมโฆษณามากกว่าครึ่ง
นับเป็นการเปิดตัวแพ็กเกจพร้อมโฆษณาอีกเฟซหนึ่ง หลังจากเปิดไปครั้งแรกในปี 2022 ใน 12 ประเทศโดยปัจจุบันแพ็คเกจเน็ตฟลิกซ์พร้อมโฆษณามีผู้ชมที่ใช้งานต่อเดือนทั่วโลกมากกว่า 250 ล้านคน โดยผู้ชมกลุ่มนี้มีการรับชมอย่างต่อเนื่อง โดยมากกว่า 80% ของสมาชิกแพ็กเกจโฆษณารับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มทุกสัปดาห์ โดยแพ็กเกจพร้อมโฆษณาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมากกว่า 60% ของยอดสมัครสมาชิกใหม่ทั้งหมดในไตรมาสแรก โดยเน็ตฟลิกซ์ทำงานร่วมกับผู้ลงโฆษณามากกว่า 4,000 ราย เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะสร้างรายได้จากโฆษณาราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2025
ด้วยคอนเทนต์ความบันเทิงที่ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา จึงกำลังต่อยอดไปสู่พื้นที่โฆษณาคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น โดยในปี 2027 จะเปิดให้บริการพื้นที่โฆษณาใหม่ทั้งในพอดแคสต์และวิดีโอแนวตั้งทั่วโลกรวมไปถึงขยายโอกาสด้านแบรนด์พาร์ตเนอร์ชิปบน Tudum เว็บไซต์แฟนอย่างเป็นทางการของ Netflix ซึ่งมียอดเข้าชมมากกว่า 24 ล้านครั้งต่อเดือน ผ่านคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟและสรุปเรื่องราวสำคัญที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด
นอกกจากนี้ยังลงทุนพัฒนาและใช้งานเครื่องมือ AI มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเล่าเรื่อง กระบวนการสร้างสรรค์ และยกระดับประสบการณ์โฆษณาให้มีความสมจริง มีปฏิสัมพันธ์ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“เรามีเทคโนโลยีล้ำสมัย มีความบันเทิงคุณภาพทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ พอดแคสต์ และอีเวนต์ถ่ายทอดสด รวมถึงมีผู้ชมที่ตั้งใจรับชมและมีความผูกพันกับคอนเทนต์มากที่สุด เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง และตอนนี้เรากำลังขยายธุรกิจโฆษณาไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ Netflix เพื่อพร้อมแข่งขันกับทุกคน” เอมี่ เรนฮาร์ด กล่าว


