รายได้กำไร ขาดทุน ช่องทีวีไตรมาาส 1 / 2569

เปิดผลประกอบการ รายได้ กำไร หรือขาดทุน ของบริษัทช่องทีวีดิจิทัล ไตรมาส 1 ปี 2569

media-quotes mono29 What's new workpoint23 ช่อง 3 ช่อง 8 ช่อง 9 ช่องวัน31 ธุรกิจและการพัฒนา บทวิเคราะห์ ผลงานทีวีดิจิทัลประจำปี ผลประกอบการ รายได้ทีวีดิจิทัล วิเคราะห์วงการ อมรินทร์ทีวี อินโฟกราฟฟิก

ผลประกอบการ รายได้ และกำไร หรือขาดทุน ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ของช่องทีวีดิจิทัลที่จดทะเบียนบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งผลประกอบการหมดแล้วทั้งหมด 8 ช่อง ซึ่งต่างก็ได้ร้บผลกระทบจากโฆษณาลดลง มี 2 ช่องทำกำไรได้ คือช่อง 3 และช่องวัน 31  เพราะไม่ได้พึ่งพิงแค่รายได้โฆษณา โดยช่องที่มีรายได้สูงสุด และกำไรมากที่สุด คือช่องวัน 31 ของกลุ่ม ONEE รองลงมาคือกลุ่มอมรินทร์ ที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจสิ่งพิมพ์  แต่ก็ยังมีผลขาดทุนอยู่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ช่องวันรายได้เพิ่ม กำไรพุ่ง เพราะไอดอลมาร์เกตติ้ง

บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE  เจ้าของช่องวัน 31 แจ้งรายได้รวมเติบโต กำไรพุ่ง แม้รายได้จากโฆษณาคอนเทนต์ทีวีจะลดลงตามทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ ที่หลายช่องต้องเผชิญเหมือนกัน

โดยสรุปไตรมาส 1/2569 รายได้ 1,828.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.86% จากไตรมาส 1/2568   แต่ว่ายังน้อยกว่าไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้ 2,055.90 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 48.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2568 ถึง 315.11%  เพราะช่วงเวลานั้นขาดทุน ซึ่งธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้เป็นหลักคือ ธุรกิจ ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง  อย่างการบริหารศิลปิน การจัดคอนเสิร์ต และอีเวนต์ที่มีงานทั้งในและต่างประเทศถึง 66 งาน  จนที่รายได้พุ่งถึง 64.20 % ส่วนรายได้ที่เป็นเสาหลักคอนเทนต์โดยรวมลดลง 7.87% ในส่วนโฆษณา ลดลง 10.26% 

เจาะลึก 3 กลุ่มธุรกิจมีรายได้ดังนี้ คอนเทนต์ทีวี โฆษณา ลิขสิทธิ์ รายได้รวม 719.29 ล้านบาท ลดลง 7.87% ดังกล่าว  ไอดอลมาร์เก็ตติ้ง 1,080 บาท เพิ่มขึ้น 64.20% และผลิตรายการ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.24%

รายได้ช่องวัน

รายได้และกำไร ช่อง 3 ไตรมาส1 / 2569 ลดลง

ไตรมาสแรกของปี 2569 ผ่านไปแล้ว ลุ้นกันอย่างหนักว่าผลประกอบการจะเป็นอย่างไรกัน แม้จะทำใจกันอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจก็ไม่ดี ยังมาเจอสงครามในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก็สู้กันไม่ถอย จนผลออกมาแล้วสำหรับบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของช่อง 3 ที่ทั้งรายได้รวม และกำไรลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 และ ไตรมาส 4 ปี 2568

โดยสรุปรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง (QoQ) 13.5.6% , ลดลง (YoY) 15.6%  ส่วนกำไรสุทธินั้น มีกำไร 30.7 ล้านบาท ลดลง  (QoQ) 70.7% , ลดลง (YoY) 12.3% 

หากแบ่งดูตามกลุ่ม กลุ่มธุรกิจที่ลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบปีต่อปี คือรายได้จากการขายโฆษณา ที่มีรายได้ 607.7 ล้านบาท ลดลง (QoQ) 11.7 % , ลดลง (YoY) 19.6%  เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

รายได้จากลิขสิทธิ์ และบริการอื่น ที่มีธุรกิจการจำหน่ายละครไปต่างประเทศ ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล และอีเวนต์รายได้รวม  215.2 ล้านบาท ลดลง (QoQ) 15.9% ลดลง (YoY) 3.5% เพราะชะลอการจำหน่ายละครไปต่างประเทศ ตามกลยุทธ์ในการปรับผัง เพื่อลดสัดส่วนเวลาออนแอร์ละคร โดยมีละครที่จำหน่ายในต่างประเทศ คือ ยิหวาดาตัง ก็รักมันปักใจ ปิ่นอนงค์ และ GL Series เรื่อง Play Park รักไม่คาดฝัน  ส่วนอีเวนต์มีกิจกรรมย่อยตามแผนงาน ไม่มีแฟนมีทคอนเสิร์ตใหญ่ 

ในส่วนธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ไตรมาสนี้ แอปฯ 3Plus มุ่งสร้าง Engagement และรักษาฐานผู้ใช้งาน(User Retention) โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก 3Plus Premium เช่น การจำหน่ายบัตรรับชม Live Streaming งาน LENAMIU Born to Shine ในราคาพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวโปรเจกต์ “ตั้งติดจอ” เพื่อเสนอซีรีส์แนวตั้งผ่าหน้าจอทีวีเป็นครั้งแรกควบคู่ไปกับการเพิ่มโอกาสสร้างได้รูปแบบ TVOD ผ่านฟีเจอร์ “3Plus ShortsOnly”’ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล และสุดท้าย รายได้จากการขายสินค้า 16.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น (YoY) 6.5%

รายได้ช่อง 3

อมรินทร์ทีวี ออนไลน์เริ่มบวกดันรายได้ทีวี

บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)  หรือ AMARIN ในไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้รวม 901.64 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประมาณ 3.1% ขาดทุนลดลงเหลือ 17.14 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักที่ทำรายได้เป็นสัดส่วนรายได้มากกว่าครึ่ง คือ ผลิตงานพิมพ์ และจำหน่ายหนังสือลดลง แต่กลุ่มธุรกิจทีวี และอีเวนต์ มีเดียรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจทีวีเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะรายได้จากช่องทางออนไลน์ออกดอกออกผลตามที่คาดหวัง  ทำให้สัดส่วนรายได้ที่กลุ่มธุรกิจทีวีสร้างให้กลุ่มอมรินทร์เพิ่มขึ้นเป็น 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 2568  อยู่ที่ 18%

โดยสรุปรายได้ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ในส่วนผลิตงานพิมพ์ และหนังสือ  559.02 ล้านบาท ลดลง 8.25%ธุรกิจทีวีดิจิทัล  189.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.57%  เพราะรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ธุรกิจจัดอีเวนต์  และมีเดีย 153.28   ล้านบาท เพิ่มขึ้น  3.22%

ย้อนไปดูสถิติการแจ้งผลประกอบการตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มอมรินทร์  เปรียบเทียบช่วงเวลาไตรมาสแรกในแต่ละปีก็พบว่า  ธุรกิจทีวีรายได้ในไตรมาสแรกลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันมาหลายปี โดยปี  2568 ลดลง 15.47% จากไตรมาสแรกปี 2567 , ไตรมาสแรกปี 2567  ลดลง 17.5%, ไตรมาสแรกปี 2566 ลดลง 26% หลังจากไตรมาสแรกปี 2565 มีรายได้มากกว่าปี 2564 อยู่ 5.4%

ธุรกิจออนไลน์จะสร้างรายได้ใหม่ให้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงคนดูจอทีวีลดลง เป็น New S-Curve ที่ผู้บริหารอมรินทร์ทีวีกำหนดไว้ ให้เป็น Digital first content นำเสนอข่าวรวดเร็ว ฉับไว เชื่อถือได้  เป็นการต่อยอดจากฐานผู้บริโภคที่อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ของอมรินทร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ YouTube Facebook และ TikTok ที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามียอดผู้ติดตาม เป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเท่าตัว

จำนวนสมาชิกโซเชียลมีเดียอมรินทร์

ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส ดันรายได้ธุรกิจทีวีของ อสมท 

รายได้ของบริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ไตรมาสแรกปี 2569 มีรายได้รวม 254 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่มีรายได้ 251 ล้านบาท   คิดเป็น 1% 

กลุ่มธุรกิจที่รายได้เพิ่มขึ้น คือ ทีวี มีรายได้เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท เพราะอีเวนท์ ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส 2026 ธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท ตามพฤติกรรมผู้บริโภค และธุรกิจอื่นๆ รายได้เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท ส่วนธุรกิจที่รายได้ลดลงมี 2 ธุรกิจคือธุรกิจโครงข่ายทีวีดิจิทัลลดลง 3 ล้านบาท และธุรกิจวิทยุลดลง 6 ล้านบาท สำหรับค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 310 ล้านบาท ลดลง 15 ล้านบาท 

สรุปผลขาดทุนสุทธิ 63 ล้านบาท น้อยกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 84 ล้านบาท

เวิร์คพอยท์รายได้ลด ขาดทุนลดลง

บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์  จำกัด (มหาชน)  หรือ WORK ไตรมาส 1/2569 รายได้ 361 ล้านบาท ลดลง(YOY)  29% และ ขาดทุน 39.87 ล้านบาท แม้จะลดค่าใช้จ่ายเต็มที่แล้ว แต่รายได้ก็ลดลง ทำให้เวิร์คพอยท์ยังขาดทุน 

โดยรายได้ไตรมาสแรกปี 2569 รวม 361.28  ล้านบาท  ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) 148.16 ล้านบาท  คิดเป็น ลดลง 29% เพราะรายได้จากโฆษณาลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ รายได้หลักจากโฆษณาโทรทัศน์ลดลงเกือบ 100 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  รายได้จากคอนเสิร์ต และการขายสินค้า และบริการก็ลดลง มีเพียงรายได้จากการจัดงานอีเวนต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการจัดอีเวนต์สำคัญถึง 3 งาน คือ CJ MORE ไมค์ทองคำ ออนทัวร์ ครั้งที่ 4 , เวิร์คพอยท์ ออนทัวร์ ม่วน จอย หรอยแรง และ TOTY MUSIC Awards 2025

การบริหารต้นทุนลดลง 126 ล้านบาท ตามแผนควบคุมต้นทุนการผลิตรายการให้มีประสิทธิภาพ และหมวดการจัดคอนเสิร์ต ละครเวที รวมไปถึงค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงหลังปรับโครงสร้างเมื่อไตรมาส 2 ปี 2568 แต่ก็ยังขาดทุน 39.87 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 24.11 ล้านบาท

รายได้เวิร์คพอยท์ไตรมาส 1 / 2569

กลุ่มเนชั่นรายได้เพิ่มขึ้น

บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด สื่อที่มีแบรนด์ในเครือทั้งสื่อภาษาอังกฤษ สื่อธุรกิจ หนังสือพิมพ์ ทีวี และดิจิทัล หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย ไตรมาสแรกปี 2569 มีรายได้รวม 199.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 191.52 ล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิ 37.54 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 56% จากปีที่แล้วขาดทุน 84.56 ล้านบาท

ผลประกอบการอาร์เอสไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้ลด

ผลประกอบการของกลุ่มอาร์เอส ยังมีบางส่วนรายได้เพิ่ม แต่ยังไม่เร็วและมากพอ เพราะเจอสภาพเศรษฐกิจหนักจริงๆ ทำให้รายได้ลดทั้งสองกลุ่มธุรกิจ และขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก 

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีธุรกิจ 2 ส่วนคือธุรกิจคอมเมิร์ซ และธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งมีทีวีดิจิทัลช่อง 8 และวิทยุอยู่ในเครือ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569  มีรายได้รวม 333.4 ล้านบาท  ลดลง 26.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  (YOY)  ที่มีรายได้ 454.7 ล้านบาท  สัดส่วนรายได้ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา 59.8% มาจากธุรกิจคอมเมิร์ซ ที่มีรายได้ 199.5 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 22% 

สำหรับรายได้อีก 39.9% มาจากธุรกิจบันเทิง  มีรายได้ 185.3 ล้านบาท ลดลง 32.8% ในส่วนรายได้จากช่อง 8 ทำได้ 101.8 ล้านบาท ลดลง 30.5% แม้มีรายได้จากออนไลน์ที่โตขึ้น แต่ยังชดเชยรายได้จากโฆษณาที่ทีวีที่ลดลงไม่ได้เต็มที่ สำหรับตัวเลขขาดทุนสุทธิรวม 285.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ที่ขาดทุน 274.6 ล้านบาท

รายได้อาร์เอส ไตรมาส 1 ปี 2569
รายได้อาร์เอส ไตรมาส 1 ปี 2569

ผลประกอบการโมโนไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้เพิ่ม

คอนเทนต์กีฬา ทำให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หรือ OTT ของกลุ่มโมโนมีรายได้เพิ่มขึ้น 100% โดย บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของช่อง MONO29 แจ้งผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุด สรุป รายได้รวมทำได้ 358.6 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 337.9 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 6.1% แต่ยังน้อยกว่าไตรมาส 4 ปี 2568 ที่มีรายได้ถึง 409 ล้านบาท ธุรกิจที่รายได้ลดลงมากที่สุด คือ รายได้จากโฆษณา ที่ลดลงจากไตรมาสแรกปี 2569 ถึง 48%  

ส่วนรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งคอนเทนต์กีฬา หรือ OTT กีฬา รายได้เพิ่มถึง 100% เพราะเริ่มรับรู้รายได้จากฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอมิเรตส์เอฟเอคัพ  จากการขยายฐานผู้ชมไปทุกระดับ 

สรุปตัวเลขกำไรขาดทุน ในไตรมาส 1 ปี 2569 ขาดทุน 7.6 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2568 กำไร 9 ล้านบาท ไตรมาส 4 ปี 2568 ขาดทุน 283.2 ล้านบาท

ผลรายได้ และขาดทุนของ MONO ไตรมาส 1 ปี 2569

โมโนยังได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มบริษัท กับสถาบันการเงินจากสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้ำประกัน 284 ล้านบาท ว่าได้ชำระหนี้แล้วบางส่วน ยังคงเหลือภาระหนี้ 203 ล้านบาท และรอการพิจารณาจากสถาบันการเงินในการปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป และบอร์ดบริษัทได้อนุมัติเพิ่มทุนแล้ว

โดยบทสรุปของผลประกอบการทั้ง 8 ช่องทีวีดิจิทัลที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  ช่องวัน 31 โดยบริษัทแม่คือ บริษัท วัน เอนเตอร์ไพรส์ มาแรงแซงทุกคน

เปรียบเทียบรายได้ กำไร ขาดทุนของ 8 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
Tagged