บทสรุป “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance “ ติดไซเรนช่องทางออนไลน์ สวนทางเรตติ้งทางทีวี

จบไปแล้ว สำหรับละครกระแสแรง เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดในโลกโซเชียลมากที่สุดช่วงนี้ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance” หลังจากที่ชาวโซเชียลต้องมีกระแสร้อนๆจากละครในทุกๆวันที่ละครออนแอร์ มีการแบ่งเป็นทีม #หมอเป้ง และ #ทีมฉลาม ต่างฝ่ายต่างเชียร์ผู้ชายในแบบฉบับของตัวเอง ในขณะที่นางเอกอย่าง “ทานตะวัน” กลับโดนต่อว่า ถึงขั้นโดนว่าว่าเป็น นางวันทอง กับเขาด้วย เมื่อตอนจบอาจจะไม่ถูกใจ #ทีมหมอเป้ง เพราะทานตะวันเลือกฉลาม แต่ยกให้หมอเป้งเป็น My Ambulance

สำหรับละครค่าย “นาดาว” ที่มีฐานผู้ชม แฟนคลับเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงานชัดเจน  จากการมีกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นในสังกัด ทุกครั้งที่มีละครเรื่องใหม่ออนแอร์ ก็สร้างกระแส ความน่าติดตามได้เสมอ ในปีที่แล้วมีละคร “เลือดข้นคนจาง” แนวสืบสวนสอบสวนที่เรียกกระแสในช่วงนั้น ตามหากันใหญ่ว่า #ใครฆ่าประเสริฐ

“รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” ออกอากาศไป 16 ตอน ทำเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่องอยู่ที่ 1.317 ทำได้น้อยกว่า “เลือกข้นคนจาง” ที่ออกอากาศ 18 ตอน มีเรตติ้งเฉลี่ย 1.345  แต่คราว “เลือดข้นคนจาง” นั้น มีตอนที่มีเรตติ้งสูงสุดได้แค่เพียง 1.779 ในขณะที่ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” มีตอนจบที่ทำเรตติ้งได้สูงสุด ที่ 1.966 ตอนที่เรตติ้งน้อยที่สุดของ “เลือดข้นคนจาง” อยู่ที่ 0.802 ในขณะที่ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” อยู่ที่ ตอนที่ 3 ได้ 1.047 โดยไม่มีตอนไหนได้เรตติ้งต่ำกว่า 1 เลย

สำหรับรายละเอียดเรตติ้งนั้น แน่นอนว่ากลุ่มผู้หญิงรับชมมากกว่าผู้ชาย 1.788 และ 0.823 ถึงได้เกิดเหตุการณ์ที่แบ่งเป็นเชียร์ทีมนักแสดงฝ่ายชายออกเป็นคนละทีม เพราะแต่ละคนต่างก็มีความชอบผู้ชายกันคนละแบบ

พื้นที่ที่รับชมมากที่สุดทางทีวี อยู่ในกรุงเทพเฉลี่ย 1.781 รองลงมาเป็นภาคกลาง 1.431 โดยที่ภาคใต้เป็นภาคที่รับชมน้อยที่สุด 1.130

ด้วยสไตล์ของละครนาดาว กลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่อยู่ในช่องทางออนไลน์ ทั้งการชมสดและการชมย้อนหลัง แต่ตัวเรตติ้งทางทีวี ที่รับชมสดก็สะท้อนภาพกลุ่มผู้ชมละครเรื่องนี้ได้ไม่น้อย เพราะช่วงอายุที่รับชมมากที่สุดเป็นช่วงอายุ 25-29 ปี ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 1.993 รองลงมาคือช่วงอายุ  10-14 ปี เรตติ้งเฉลี่ย 1.702 ซึ่งสวนทางกับกลุ่มฐานหลักของผู้ชมทีวีในปัจจุบันของทุกช่องทุกรายการในปัจจุบันนี้ ที่เป็นกลุ่มอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

เมื่อช่องทางการออกอากาศทางทีวี เป็นช่องทางที่สร้างรายได้จากค่าโฆษณาได้สูงสุด ที่จำเป็นต้องอาศัยเรตติ้ง ความนิยมจากผู้ชมเป็นส่วนประกอบในการดึงดูดเอเจนซี่และลูกค้า ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ อัตราค่าโฆษณายังอยู่ในราคาไม่แพง แต่ละครนาดาว ส่วนใหญ่ มีการปรับกลยุทธ์รับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้ดี เห็นได้จากการหารายได้จากเนื้อหาที่ออกอากาศด้วยการเสริมส่วนของสปอนเซอร์เข้าไป ขายสินค้า สร้างความรับรู้จดจำได้อย่างแนบเนียน

จึงไม่น่าแปลกใจที่ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน”จะมีฉากที่ถ่ายทำ ร้านค้าปลอดภาษีของคิงพาวเวอร์ มีอธิบายการซื้อสินค้าที่แตกต่างกันระหว่างคนเดินทางต่างประเทศ กับไม่ได้เดินทาง หรือการฝากกระดาษโน้ตไปกับกล่องนม ในช่องทางการออนแอร์ออนไลน์ต่างๆ ก็มีโฆษณาสินค้าเจาะกลุ่มที่มีทั้งเหมือน และแตกต่างกันกับช่องทางทีวี และยังมีรายได้จากลิขสิทธิ์เพลง “รักติดไซเรน” ที่กลายเป็นเพลงฮิตมียอดผู้ติดตามชมเป็นหลักหลายสิบล้านวิวไปแล้ว

โดยรวมทั้งหมดคาดว่าละครเรื่องนี้ สร้างรายได้ได้จากหลากหลายช่องทาง อีกทั้งแนวทางธุรกิจการสร้างละครของ “นาดาว” ยังไม่เหมือนแนวทางการสร้างละครในทุกช่อง โดยทั่วไปแต่ละช่องจะเป็นผู้จ้างผลิต และลิขสิทธิ์เป็นของช่องนั้นๆ  แต่ละคร “นาดาว” เป็นรูปแบบของ Time Sharing ที่แบ่งผลประโยชน์จากนาทีโฆษณา แต่ลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์ทั้งหมดยังเป็นของ “นาดาว” ที่สามารถนำไปขายในแพลทฟอร์มอื่นๆ เช่น LINE TV รวมถึง Netflix และขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศได้อีกด้วย

จากผลประกอบการของปี 2561 ที่นาดาว แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีรายได้รวม 246.35 ล้านบาท และกำไร 21.45 ล้านบาท

ดูจากผลงานละครเรื่องนี้แล้ว คาดว่าผลประกอบการในปี 2562 นี้ มีแนวโน้มจะรุ่งมากกว่าเดิมแน่นอน

ดูเพิ่มเติม ละครค่ายนาดาว https://www.tvdigitalwatch.com/analysis-rating-nadowbangkok-09-62/

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!