เวิร์คพอยท์ ปี 63 รายได้ลดแต่ยังมีกำไร จากการลดต้นทุนหนัก

ผลประกอบการ รายได้ทีวีดิจิทัล

บริษัท เวิร์คพอยท์ แจ้งผลประกอบการของ ปี 2563 ต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า บริษัทมีรายได้รวม 2,660.78 ล้านบาท ลดลง 110.87 ล้านบาท หรือ 4% เมื่อเทียบกับ ปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,771.65ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 159.11 ล้านบาท ลดลง 0.38 ล้านบาท หรือลดลง 0.24% จาก ปี 2562

รายได้หลักของเวิร์คพอยท์ ยังคงเป็นกลุ่มรายได้จากรายการโทรทัศน์ โดยในปี 2563 ทั้งปีมีรายได้ส่วนนี้ 1,798.88 ล้านบาท หรือ 82% ของรายได้รวม ลดลง 394.22ล้านบาท จากรายได้ปี 2562 มีรายได้อยู่ที่ 2,193.1ล้านบาท ซึ่งเวิร์คพอยท์ชี้แจงว่ารายได้ส่วนนี้ลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว จาก การแพร่ระบาดของโควิด-19 และ การลดลงจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการไปต่างประเทศ

กลุ่มรายได้จากรายได้จากคอนเสิร์ตและละครเวที และ การรับจ้างจัดงาน ลดลงมากที่สุด มีสาเหตุมาจากการงดจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ตตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยบางงานอีเว้นท์ต้องยกเลิกไปอย่างไม่มีกำหนด ถึงแม้บริษัทสามารถจัดงานบางงานได้ในครึ่งหลังของปี 2563 แต่เนื่องด้วยนโยบาย Social Distancing ส่งผลทำให้ต้องมีการจำกัดจำนวนผู้ชม ทำให้รายได้ในปี2563 มีการชะลอตัวลง โดยกลุ่มรายได้จากคอนเสิร์ตและละครเวทีลดลง 66.83 % และกลุ่มรายได้จากการรับจ้างจัดงานลดลง 56.97 % แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้เพียงแค่ 1.47%และ 3.93%ของรายได้รวม

ส่วนรายได้จากการขายสินค้าและบริการอื่นรายได้ส่วนนี้ สัดส่วน อยู่ที่ 12.56 % ของรายได้รวม ปี 2563 พบว่า มีรายได้อยู่ที่ 83.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 334.31ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 54.3% จาก ปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่ 216.62 ล้านบาท (รายได้จากการขายสินค้าและบริการอื่นประกอบด้วย รายได้จากการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ และสินค้าจากพันธมิตร รวมถึงรายได้จากการให้บริการเช่าพื้นที่โรงละครและรายได้จากการบริการจัดหานักแสดง ) ซึ่งเวิร์คพอยท์อธิบายว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการประชาสัมพันธ์เพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่บุคคลภายนอกเป็นหลัก

เวิร์คพอยท์ชี้แจงว่า ปี 2563 นี้บริษัทได้มีการลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก โดยมีต้นทุนการผลิต 1,340.1 ล้านบาท ลดลง 413.53 ล้านบาท หรือ 24% เทียบกับปีที่แล้ว ตามนโยบายลดต้นทุนเพื่อรับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีโควิด-19 และได้อานิสงค์จากมาตราการช่วยเหลือภาครัฐในการปรับลดอัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและ พัฒนาของ กสทช. (USO Fund)

Share this: