ละครไม่แรง ยอดคนดูทีวีลด

วิเคราะห์เจาะเรตติง

เรตติ้งช่วงไพรม์ไทม์ของวันพุธที่ 22 ส.ค.61 ในวันที่ไม่มี ละคร“เมีย 2018” ทำให้แชมป์เรตติ้งของช่วงเวลาไพรม์ไทม์กลับไปเป็นปกติ ละครช่อง 7 ได้เรตติ้งสูงสุดของช่วง แต่เนื่องจากเป็นละครใหม่ ออกอากาศตอนแรก “ระบำมาร” ได้เรตติ้งเฉลี่ยไปได้เพียง 3.902

“ระบำมาร” ละครดราม่าแรงอีกเรื่องจากนวนิยายของ กฤษณา อโศกสิน เนื้อเรื่องสะท้อนปัญหาสังคมครอบครัว วงการเมียหลวง เมียน้อย ที่หลายคนอดไปเปรียบเทียบกับ “เมีย 2018 “ ไม่ได้ ได้นักแสดงหลักของช่อง 7 ทั้ง วี วีรภาพ, เปรี้ยว ทัศนียา , แบงค์ อาทิตย์ และยังมี แคทลียา อิงลิช ที่หายหน้าไปจากวงการทีวีนาน กลับมาเล่นด้วย

ในอันดับ 2 ของช่วงนี้ กลับมาเป็น I can see your voice นักร้องซ่อนแอบ ช่องเวิร์คพอยท์ เรตติ้งเฉลี่ย 2.588 ห่างจากอันดับแรกพอสมควร โดยมีรายการข่าวไทยรัฐ และหนังฝรั่ง X Men จากโมโน

สำหรับละคร “วิมานจอเงิน” ช่องวัน ที่ได้เรตติ้งสูงในช่วงวันที่ออกอากาศพร้อมกับ “เมีย 2018” เรตติ้งพุ่งไปเกิน 2 แต่ในวันที่ไม่มีแรงส่งเรตติ้งจึงหล่นลงมาอยู่ที่ 1.800 เท่านั้น ยังตามหลังละคร “นางบาป”ช่อง 3 ที่ได้เรตติ้งเฉลี่ย 2.006

เป็นที่น่าสังเกตว่า ละครช่วงไพรม์ไทม์ที่เป็นช่วงเวลาที่ปกติจะมีจำนวนผู้ชมทีวีสูงสุดของวัน แต่ในวันที่ 22 ส.ค.ละครไพรม์ไทม์ของทั้งช่อง 7 และช่อง 3 ยอดคนดูและเรตติ้งแพ้ละครช่วงเย็นเหมือนกัน โดย “เจ้าสาวช่างยนต์”ช่อง 7 ได้ 5.251 และ “นักสู้เทวดา”ช่อง 3 เรตติ้ง 4.512

เมื่อดูจากจำนวนคนดูช่วงไพรม์ไทม์ ของวัน พบว่า ยอดรวมคนดูทั้งประเทศมีเฉลี่ยเพียงแค่ 11.439 ล้านคนเท่านั้น ลดลงจากวันจันทร์ที่ 20 และ อังคารที่ 21 ส.ค. ที่มี “เมีย 2018” เป็นตัวชูโรง จำนวนคนดูในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของทั้ง 2 วันอยู่ที่ 12.533 และ 13.260 ล้านคน

สถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้นในการติดตามชมคอนเทนต์ในหลากหลายสื่อรวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ชมทางทีวีมีส่วนลดลง ดังนั้นปัจจัยเรื่องคอนแทนต์ เป็นเรื่องสำคัญทำให้คนติดตามเฝ้าหน้าจอทีวีต่อเนื่อง เมื่อมีรายการฮิต ติดกระแส ก็จะทำให้ยอดคนดูทีวีและเรตติ้งสูงขึ้น

Tagged