พรบ.กสทช.ฉบับใหม่ ลดสัดส่วนทีวีสาธารณะ และชุมชน รวมกันไม่น้อยกว่า 25%

เปิดร่างพรบ.กสทช.ฉบับแก้ไขใหม่ ลดสัดส่วนทีวีสาธารณะ และทีวีชุมชน จากเดิมให้มีหมวดละไม่น้อยกว่า 20% รวมกัน 2 หมวดไม่น้อยกว่า 40% เหลือรวมกันไม่น้อยกว่า 25% ที่เหลือเป็นทีวีธุรกิจ

 

ร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่นี้ ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา และรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับกิจการทีวีดิจิทัล ในส่วนที่มีแก้ไขสัดส่วนของทีวีสาธารณะ และทีวีชุมชน ซึ่งพรบ.เดิมระบุให้มี หมวดละไม่น้อยกว่า 20% ทำให้กสทช.ได้วางแผนในเบื้องต้นไว้ว่า จะมีทีวีดิจิทัลทั้งระบบจำนวน 48 ช่อง แบ่งเป็นช่องธุรกิจ 24 ช่อง , ช่องทีวีสาธารณะ 12 ช่อง และช่องทีวีชุมชนจำนวน 12 ช่อง

 

โดยที่กสทช.ได้เปิดประมูลช่องทีวีภาคธุรกิจไปแล้วทั้ง 24 ช่องเมื่อปลายปี 2556 จนกระทั่งปัจจุบันเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลภาคธุรกิจอยู่จำนวน 22 ช่อง ส่วนช่องสาธารณะนั้น มีช่อง 5 , ช่อง NBT และช่องทีวีรัฐสภา โดยที่ยังไม่มีการให้ใบอนุญาตทีวีชุมชน

 

ดังนั้นหากดูตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ใหม่ในพรบ.กสทช.ฉบับใหม่นี้ ก็จะต้องปรับสัดส่วนจำนวนช่องทีวีสารธารณะ และทีวีชุมชนลง หากคำนวนจากพื้นฐานที่มีทีวีภาคธุรกิจ 22 ช่อง ก็จะเหลือทีวีสาธารณะและชุมชนอยู่ที่ประมาณ 8 ช่อง

 

พรบ.ใหม่ ให้อำนาจ กสทช. บริหารวงโคจรดาวเทียม และอนุญาตให้มีการใช้คลื่นความถี่ในหลายกิจการรองรับการหลอมรวมเทคโนโลยีในอนาคต

 

พล.อ.ท.ธนพันธุ์  หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์                และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร      คลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..)   พ.ศ. …. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อย โดยผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2562  และรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็จะสามารถใช้ได้จริง

 

สำหรับสาระสำคัญใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นสำคัญ รวมทั้งมีการแก้ไขในส่วนอื่นนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนด้วย โดยในส่วนการแก้ไขให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ นั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานด้านดาวเทียมทั้งหมด ซึ่งเป็นการทำหน้าที่แทนรัฐในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังกำหนดให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการโดยใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเข้ามาให้บริการในประเทศ เป็นการเปิดกว้างให้มีทางเลือกในการใช้ประโยชน์ดาวเทียมที่หลากหลาย ลดการผูกขาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ

 

ขณะเดียวกันกฎหมายยังมีการกำหนดสัดส่วนการให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งต้องจัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือภาคประชาชน รวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของความสามารถในการส่งสัญญาณที่จะอนุญาตในแต่ละครั้ง

 

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ยังมีการแก้ไขการถอดถอน กสทช. จากเดิมผ่านการลงมติของวุฒิสภา เป็นการดำเนินการโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)                ให้มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาหรือส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกด้วย

 

ส่วนเนื้อหาที่มีการแก้ไขในส่วนอื่นนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญฯ นั้น มีเรื่องการจัดเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้กรณีการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ และหากมีการโทรศัพท์ก่อกวนจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อรองรับการหลอมรวมทางเทคโนโลยี ทำให้เกิด การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และโทรคมนาคม ซึ่งต่อไปคลื่นความถี่จะสามารถนำมาใช้                     ข้ามอุตสาหกรรมได้ ไม่จำเป็นเฉพาะเจาะจงว่าเป็นคลื่นที่ประมูลมาเพื่อใช้ในกิจการใดกิจการหนึ่งแต่เพียง       อย่างเดียว หากคลื่นความถี่นั้นถูกกำหนดในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ให้สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม ในระยะเริ่มแรกยังไม่มีผลใช้บังคับ จนกว่า กสทช. จะเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีผลใช้บังคับใช้ต่อไป

 

#พรบกสทชใหม่ #ลดสัดส่วนทีวีสาธารณะและทีวีชุมชน #ข่าวประชาสัมพันธ์กสทช #NBTC #กสทช.#ทีวีดิจิทัล #tvdigitalwatch

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!