คำสั่งประกาศเคอร์ฟิว ห้ามผู้คนออกนอกบ้านในช่วงเวลา 4 ทุ่มถึง ตี 4 มีผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนโดยเฉพาะทีวี และวิทยุ เมื่อกสทช.ได้ทำหนังสือถึงทีวีและวิทยุทุกช่องให้งดการออกไปทำข่าวในช่วงดังกล่าว ตามที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยให้ความเห็นไปแล้วในการแถลงข่าวเรื่องการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ฯ ได้กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในวันดังกล่าวไว้ว่า ห้ามนักข่าวไปทำข่าวในช่วงเคอร์ฟิว “เพราะเห็นว่าช่วง 6 ชั่วโมงไม่น่าจะมีข่าวอะไร ยกเว้นจะขออนุญาตเฉพาะราย แต่คงไม่เขียนยกเว้นเฉพาะกลุ่มอะไรให้อีก”

จากนั้นในวันเดียวกัน จึงมีจดหมายของกสทช.ส่งถึงผู้ประกอบใบอนุญาตทุกช่อง เรื่อง การทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวี วิทยุของกสทช.ทั้งหมดว่า เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน จึงขอให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติดังนี้

1.ห้ามมิให้ พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติงาน โดยการลงพื้นที่นำเสนอข่าวในช่วงเวลา 22.00-04.00น.จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

2.การปฏิบัติงานของพนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้รับใบอนุญาต ต้องไม่กระทบต่อสิทธิหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

3.การนำเสนอข่าวของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุ และทีวี ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าว โดยต้องไม่นำเสนอข่าวเชิงลบ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หน่วยงานของรัฐและเอกชน และต้องไม่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อประชาชนในวงกว้าง

4.ขอความร่วมมือในการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงธรรมชาติของโรคระบาด ซึ่งมีโอกาสรักษาให้หายได้ เพื่อไม่ให้ผู้ติดเชื้อถูกตีตราและถูกเลือกปฏิบัติจากสังคมและคนรอบข้าง

สำหรับวงการสื่อสารมวลชนแล้ว ตระหนักดีว่า ช่วงเวลาเคอร์ฟิว เป็นช่วงเวลาที่ต้องการให้ผู้คนอยู่บ้าน เพื่อลดการระบาดของโรค เป็นสถานการณ์ที่ทุกคนต้องร่วมกันเพื่อจะได้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

แต่ในขณะเดียวกัน หากช่วงเวลาดังกล่าว เกิดเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมือง ประชาชนก็ควรจะได้รับรู้ บางเรื่องอาจจะเป็นผลกระทบในวงกว้าง ทั้งเหตุอาชญากรรม เหตุอัคคีภัย โดยเฉพาะภัยพิบัติต่างๆ หากระบุห้ามไว้แบบนี้ จะไม่มีใครสามารถออกมานำเสนอข่าวข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบได้เลย

วิกฤต การระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ ที่คนไทยทั้งประเทศ ต้องร่วมมือร่วมใจ และให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อวิกฤตินี้จะผ่านพ้นไปในเร็ววัน แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ เป็นสิทธิโดยชอบธรรมที่ประชาชนควรจะได้รับรู้ เชื่อแน่ว่า สื่อสารมวลชนของไทย จะเข้าใจในความเหมาะสมของบทบาทตัวเองเป็นอย่างดี ในช่วงที่ประเทศมีวิกฤตเช่นนี้

ข้อห่วงใย ที่ขอเรียนเสนอ เพื่อกรุณาพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับข้อกำหนด และข้อห้ามในเรื่องนี้

ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาตินั่นเอง

Tagged