แฟนบอลพรีเมียร์ลีกส่อวืด อดชมสดทางพีพีทีวียาว

ตามที่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลึกในช่องทางทีวีดิจิทัลของพีพีทีวีมาตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา ทีมงานของช่องพีพีทีวีต่างทำงานกันอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ก็มีข่าวจากวงในว่า ยังมีปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายดาวเทียม MUX และการทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ไว้วางใจ อาจจะต้องใช้เวลานานในการจะได้กลับมาถ่ายทอดสดทางทีวีดิจิทัลอีกครั้ง น่าเห็นใจทั้งผู้ชมคนดูทีวี และเจ้าของช่องพีพีทีวี

ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศไทยนั้น มีทรูวิชั่นส์ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นการเข้ามาซื้อหลังจากที่ Facebook ซึ่งได้ลิขสิทธิ์มาก่อนหน้า ต้องถอนตัวไป โดยที่ทรูวิชั่นส์ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แบบ all rights ในทุกช่องทาง และได้ขายช่วงต่อสำหรับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทางช่องทางทีวีดิจิทัลให้กับช่องพีพีทีวี เป็นเวลา 3 ปี เริ่มจากฤดูกาลนี้เป็นปีแรก ฤดูกาลละ 30 แมตช์ เริ่มถ่ายทอดสดแมตช์แรกตั้งแต่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่มีปัญหาที่เจ้าของลิขสิทธิ์จากอังกฤษ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ได้ลิขสิทธิ์ในประเทศพม่า ว่าสัญญาณการถ่ายทอดสดไปครอบคลุมถึงประเทศพม่า ทำให้เกิดการลักลอบรับชม และมีผลกระทบต่อผู้ได้ลิขสิทธิ์ในประเทศพม่า จนทำให้พีพีทีวีต้องกลับไปหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหยุดการถ่ายทอดสดไปในช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเร็วๆนี้ กสทช.ได้มีการเรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทั้งช่องพีพีทีวี ผู้ประกอบการโครงข่าย (MUX) ทรูวิชั่นส์ เจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้พีพีทีวีได้สอบถามกสทช.ว่า จะออกอากาศเฉพาะผ่านโครงข่ายทีวีดิจิทัล โดยไม่ออกอากาศผ่านเครือข่ายดาวเทียมตามประกาศ Must Carry ได้หรือไม่ แต่กสทช.ยืนยันว่า ทุกรายการของทุกช่อง ประชาชนจะต้องได้รับชมรายการเดียวกันของช่องทีวีดิจิทัลในทุกโครงข่ายเหมือนกัน

มีรายงานข่าวว่า ผลปการระชุมร่วมกันหลายครั้ง พบว่ามีปัญหาที่ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมผ่านทาง MUX ที่จะต้องใช้เวลาในการติดตั้งอุปกรณ์ในทุกสถานีทั่วประเทศ และการเข้ารหัสการยิงสัญญาณผ่านดาวเทียม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานในการแก้ปัญหา หลังจากนั้นต้องรอให้ทางพรีเมียร์ลีก ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ยินยอม ซึ่งอาจจะทำให้การกลับมาถ่ายทอดสดไม่ทันในปีนี้

การที่ไม่มีทีวีดิจิทัลถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงนี้ ทำให้ผู้ชมในไทยต้องหันไปรับชมแบบเสียค่าสมาชิก ผ่านช่องทางของกลุ่มทรู ทั้งผ่านเปย์ทีวี –ทรูวิชั่นส์  ช่องทางออนไลน์ ทางทรูไอดี และรับชมผ่านมือถือ ทรูมูฟเฮช ที่มีการจัดโปรโมชั่นรับแฟนบอลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประโยชน์ได้กับทรูเพิ่มขึ้นในทางอ้อม และบางส่วนก็ไปรับชมผ่านทางช่องทางออนไลน์ ที่ผิดกฏหมายลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นรายการหลักของช่องพีพีทีวี ที่สร้างรายได้และเรตติ้งช่องมากที่สุดรายการหนึ่ง ที่มีส่วนช่วยให้เรตติ้งเฉลี่ยช่องพีพีทีวีขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม TOP10 ได้ และบางสัปดาห์ติดอยู่ในอันดับ 9 แต่หลังจากที่ไม่ได้มีการถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์ลีก ก็ส่งผลทำให้เรตติ้งเฉลี่ยช่องลดลง จนในบางสัปดาห์หลุดจากกลุ่ม TOP10 โดยสัปดาห์ล่าสุด 18-24 พ.ย.ที่ผ่านมา พีพีทีวีอยู่ในอันดับ 11 เรตติ้งเฉลี่ย 0.162 ตามหลังช่อง 9 อสมท. โดยรายการที่ทำเรตติ้งสูงสุดของพีพีทีวีในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ การถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกา คู่ระหว่าง ดุสเซลดอร์ฟ+บาเยิร์น มิวนิค วันเสาร์ที่ 23 พ.ย. ทำเรตติ้งได้ 0.935

รายการที่ทำเรตติ้งหลักของช่องพีพีทีวีในช่วงนี้ จึงกลายเป็น ฟุตบอลบุนเดสลีก้า เยอรมัน ซึ่งช่วงนี้พีพีทีวีต้องงัดไม้เด็ด จัดทำโปรแกรมการตลาด ดึงดูดผู้ชม โดยมีตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ เชียงใหม่เป็นรางวัล สำหรับ 4 แมตช์ที่แข่งระหว่าง 23 พ.ย.- 1 ธ.ค.2562 ทั้งนี้ความนิยมรายการฟุตบอลลีกเยอรมัน ได้เรตติ้งไม่สูงเท่ากับพรีเมียร์ลีก โดยเรตติ้งแต่ละแมตช์ส่วนใหญ่ได้ไม่ถึง 1

การไม่มีบอลพรีเมียร์ลีก เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ และคงทำให้ผู้บริหารช่องพีพีทีวี ต้องกุมขมับ เพราะมีสิทธิพลาดเป้าหมายของการคงอยู่ในอันดับ TOP10 ของช่องโดยรวมทั้งปี

ถ้ารายการหลักสร้างเรตติ้งได้ดี ย่อมจะตรึงผู้ชมให้อยู่กับช่องได้ แต่น่าเห็นใจที่ในช่วงนี้รายการกลุ่มบันเทิงของช่องทั้งรายการที่ย้ายช่อง และละครไทย ยังสร้างความนิยมได้ไม่สูงมากนัก ภาษาชาวบ้านสำหรับสถานการณ์ของช่องพีพีทีวีในตอนนี้ คงต้องใช้คำว่า “อาการน่าเป็นห่วง”

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!