6 ปี “รายการข่าว” บนจอทีวีไทย ทางเลือกของผู้ชม

ข่าว บทความพิเศษ วิเคราะห์เจาะเรตติ้ง

By พันตา

รายการข่าวทางโทรทัศน์ อยู่คู่กับวงการโทรทัศน์มาแต่เริ่มต้นเมื่อปี 2488 ช่อง 4 บางขุนพรหม ในยุคนั้นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เป็นเครื่องมือของภาครัฐ ในการโฆษณาชวนเชื่อ หรือ Propoganda เพื่อโปรโมท เผยแพร่ กิจกรรมต่างๆของรัฐไปให้กับประชาชน

การนำเสนอรายการข่าว มีการปรับรูปแบบการนำเสนอ เนื้อหาและวิธีการนำเสนอมีความหลากหลายมากขึ้นตามระยะเวลา จนมีสถานีโทรทัศน์เพิ่มมาเป็น 6 ช่องในยุคแอนะล็อก แต่เป็นสถานีทีวีของรัฐ 4 ช่อง ผ่านมาทั้งยุครุ่งเรือง เสนอข่าวอย่างมีเสรีภาพ และยุคที่โดนตรวจสอบอย่างเข้มข้น จากผู้มีอำนาจภาครัฐ สืบเนื่องจึงยุคทีวีดิจิทัล จำนวนสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี เพิ่มเป็น 24 ช่องก่อนที่จะลดลงมาเหลือ 19 ช่องในปัจจุบัน

เมื่อจำนวนช่องโทรทัศน์มีจำนวนมากขึ้น สถานการณ์การแข่งขันจึงสูงขึ้นเพื่อช่วงชิงผู้ชม ดูเหมือนว่า อิสระ ในการเสนอข่าวมีมากขึ้น สามารถสร้างสรรค์เนื้อหา และการนำเสนอได้มากขึ้น

วันนี้สไตล์การรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์เอกชนช่องแอนะล็อกเดิม ทั้งช่อง 7 ช่อง 3 ช่อง 9 ยังเป็นสไตล์แนวทางการทำงานเหมือนในรูปแบบเดิม เป็นข่าวมาตรฐานที่อยู่ในกรอบของการ “ไม่ขัดแย้ง” กับรัฐบาล

ในขณะที่ช่องทีวีดิจิทัลหลายช่อง ก็พยายามทำทุกอย่าง เพื่อสร้างความนิยม เรียกเรตติ้งจากฐานผู้ชมให้ได้มากที่สุด จนบางช่องก็อาจละเลยเรื่องจริยธรรมไปบ้าง ด้วยการเลือกที่จะจับประเด็นข่าวเรื่องไสยศาสตร์ ความเชื่อ การสร้างประเด็นใหม่เพื่อเป็นจุดขาย

ส่วนข่าวเรื่องทางการเมือง นับได้ว่ามีความหลากหลายมากกว่าหลายสมัยที่ผ่านมา มีภาพการแสดงออกของประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา อาชีวะ มีข่าวสารเกิดขึ้นมากมาย นับเป็นข้อดีที่ได้เห็นว่า ข่าวที่ออกมาในหลากหลายช่องทางสื่อ ได้แสดงภาพของความหลากหลายทางความคิดได้มากกว่าเดิม การเสนอเนื้อหาด้านการเมืองจำเป็นต้องมีความเที่ยงธรรม แต่บางช่องเลือกข้างชัดเจนเกินไปบ้างทำเกิดภาพจากกระแสสื่อโซเชียล ที่คนรุ่นใหม่ ไม่ยอมรับการนำเสนอข่าวของทีวีบางช่อง และเป็นที่มาของ #ต่อต้าน ไม่ดูบางช่อง #แบน ไม่ซื้อสินค้าที่โฆษณาในบางช่อง และการกล่าวหาว่า ทีวีช่องเหล่านั้นเป็นช่องขนมหวานหลากสี

หลากหลายกระแสที่เกิดขึ้นกับวงการข่าวทีวีทุกวันนี้ ทำให้สื่อเอง คงต้องย้อนดูบทบาทของตัวเองว่าการทำหน้าที่เป็นไปโดยเหมาะสมตามกรอบของจริยธรรมอันควรแล้วหรือไม่ อย่างไร

เดิมสื่อหนังสือพิมพ์ ได้รับการยอมรับว่าเป็น ฐานันดร 4 ปัจจุบันความหมายของคำว่า แต่ปัจจุบันความหวังของประชาชน กับ “ฐานันดร 4” มิได้จำกัดอยู่แค่สื่อหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสื่อมวลชนแขนงอื่น ๆ ด้วย แต่การจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในฐานะ “ฐานันดร 4” ที่มีคุณธรรมเหมือนในอดีตนั้น การสร้างมาตรฐาน การนำเสนอข่าว ที่ยึดมั่นกับความถูกต้อง มีจริยธรรม เป็นสิ่งสำคัญ หากช่องใดทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เหมาะสม ถูกต้อง อย่างต่อเนื่อง เชื่อได้ว่า รายการข่าวของช่องนั้น จะเป็นที่ 1 ในใจของผู้ชมอย่างยั่งยืน

……….

เปิดเรตติ้งรายการข่าวสูงสุดของ 18 ช่องปี 2563

สำหรับตัวเลขเรตติ้งที่โชว์วันนี้ เป็นตัวอย่างของรายการข่าว ที่ได้รับความนิยมสูงของแต่ละช่อง ของรายการข่าวที่ออกอากาศตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึง 15 ส.ค.63 ก่อนเหตุการณ์ชุมนุมใหญ่ของกลุ่มประชาชนปลดแอก ในวันที่ 16 ส.ค. 63 จะพบว่า รายการข่าวที่ได้รับความนิยมสูงของแต่ละช่อง (รายการที่ออนแอร์เกินกว่า 25 นาทีขึ้นไป) มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ข่าวสำคัญของแต่ละวัน โดยเฉพาะข่าว “กราดยิงโคราช” ในเดือนก.พ. ข่าวการระบาดของไวรัสโควิด-19 . และข่าวกรณีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” ที่พีคสุดในเดือน มิ.ย.และ ก.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนรายการข่าวที่มีเรตติ้งสูงสุดเป็นของช่อง 7 “ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 2 “ ที่ออนแอร์หลังข่าวพระราชสำนัก ก่อนเข้าละครไพรม์ไทม์ มีระยะเวลาออนแอร์ประมาณ 15-25 นาทีในแต่ละวัน อีกทั้งเรตติ้งที่สูงส่วนหนึ่งมาจากความนิยมของละครเรื่องที่จะออนแอร์ต่อไปด้วย ช่วงเดือนเม.ย. ช่อง 7 มีละครเรื่อง “ร้อยป่า” ช่อง 7 ละครที่มีเรตติ้งเฉลี่ย 8.061 สูงสุดของปีนี้ ส่งผลให้เรตติ้งรายการ “ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 2” สูงขึ้นด้วย

ส่วนรายการข่าว “ทุบโต๊ะข่าว” ช่องอมรินทร์ทีวี และ “ไทยรัฐนิวส์โชว์” ช่วงที่มีเรตติ้งสูงสุดเป็นวันที่ข่าว “น้องชมพู่” ได้รับความสนใจสูง และช่อง One “วันอัพเดท” รายการพิเศษวันเกิดเหตุการณ์ “กราดยิงโคราช” คืนวันที่ 8 ก.พ. เป็นวันที่เป็นรายการข่าวเรตติ้งสูงสุดของช่องในปีนี้

รายการ “เรื่องเล่า เสาร์-อาทิตย์” ช่อง 3 วันที่ 22 มี.ค. วันที่สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังพีคสุด รายการผู้ป่วยใหม่ถึง 188 ราย ทำให้เรตติ้งรายการสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ในขณะที่เรตติ้งรายการข่าวที่ได้รับความนิยมสูงในช่องอื่นๆ ล้วนสอดคล้องกับสถานการณ์ข่าวสารบ้านเมืองในช่วงเวลานั้น ในช่วงเวลาที่ผู้ชมสนใจใคร่รับรู้ข่าวสารที่หลากหลาย ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนช่อง ไปค้นหารายการข่าวที่กำลังสนใจจากช่องอื่น การนำเสนอที่สด ใหม่ ในมุมมองที่แตกต่าง โดยไม่บิดเบือนเนื้อหาความเป็นจริง ก็พร้อมจะดึงดูดเรียกผู้ชมได้อยู่เสมอ

Share this: