หนังดังมาแรง โมโนอัดหนัก จัดเป็นชุด Fast & Furious 1- 7 ฟันเรตติ้งสนั่นสูงถึง 5.065

ถึงคราวจัดทัพหนังดังเรียกเรตติ้งสู้ละครดัง โมโนจัดหนังฟอร์มยักษ์ Fast & Furious  หนังฮอลลีวู๊ดบู๊เดือด สร้างมาแล้วถึง 8 ภาค แต่โมโนจัดลงผัง  7 ภาครวดตั้งแต่ 9 – 12 มี.ค. ทำเรตติ้งพุ่งพรวดไปในภาคที่ 7  สูงสุดถึง 5.065 ชนะละครช่อง 7

 

นับจากต้นปีละครไทยที่เรียกกระแสสังคมออนไลน์มากที่สุด คือ “ทองเอก หมอยาท่าโฉลง” ช่อง 3 ที่ทำเรตติ้งตอนล่าสุด (6 มี.ค.) อยู่ที่ 7.232  ส่วนละครที่มีเรตติ้งเฉลี่ยสูงสุด เป็นของช่อง 7 “สารวัตรใหญ่” ทำเรตติ้งตอนจบอยู่ที่  11.291  ส่วนรายการอื่นๆนอกจากละคร มีเพียงการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย แมตช์ที่ทีมชาติไทยพบกับทีมชาติอินเดีย ในศึกอาเชียนคัพ วันที่  6 ม.ค.62 ได้เรตติ้งอยู่ที่ 7.198

โดยยังไม่มีรายการวาไรตี้ เกมโชว์ หรือหนังฟอร์มยักษ์ทำเรตติ้งได้สูงในระดับนี้มาก่อน

 

ท่ามกลางการแข่งขันของกลุ่มผู้นำทีวีดิจิทัล โมโนเคยประกาศเป้าหมายไว้ว่าจะเข้าสู่อันดับ 2 ให้ได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ความแรงของละครไทยอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ยังทำให้ช่อง 3 ยืนหยัดอยู่ในลำดับ 2 อย่างมั่นคง มาในปี 2562 นี้  ละครไทยยังคงมาแรง ทั้งจากช่อง 7 และช่อง 3 แถมด้วยช่องวัน และจีเอ็มเอ็ม 25 ที่ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมา ทำให้เห็นว่าละครไทย ยังเป็น คอนเทนต์เด่นที่สร้างกระแส เรตติ้งและรายได้สูงสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัล โมโนจึงหันมาสู้ด้วยการจัดหนังชุด ฟอร์มยักษ์ อยู่เป็นระยะ ซึ่งได้ผลตอบรับดีพอสมควร

 

การลงทุนซื้อลิขสิทธิ์หนังฟอร์มยักษ์ในช่วง พรีเมียม บล็อกบัสเตอร์ ช่วงเวลาทองของโมโน ที่จัดเป็น 2 ช่วง ช่วงเย็นก่อน 2 ทุ่มและหลัง 2 ทุ่ม เบรกหนังออกเป็น 2 ช่วง สู้กับละครและรายการวาไรตี้จากช่องใหญ่ๆ ทุกครั้งที่จัดหนังดัง กระแสดี ก็สามารถเรียกเรตติ้งได้เป็นช่วงๆ จนกระทั่งจัดหนังชุดใหญ่ Fast & Furious  1-7 ลงผัง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 มี.ค. ต่อเนื่องถึงอังคารที่ 12 มี.ค. สร้างเรตติ้งมาเรื่อยๆ จน Fast & Furious 7 มาได้เรตติ้งสูงถึง 5.065 ในการออกอากาศช่วงที่ 2 ช่วงไพรม์ไทม์ ชนะละคร “หลงเงาจันทร์” ช่อง 7 แพ้ ละครดราม่า ที่กำลังมีกระแสมาอย่าง “กรงกรรม” ช่อง 3 ที่ได้เรตติ้ง 5.092 ไปนิดเดียวเท่านั้น

 

แต่เมื่อรวมเรตติ้งของ Fast & Furious 7 ทั้ง 2 ช่วง ได้เรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 4.433

 

 

ลิขสิทธิ์หนังแพงเริ่มสูสีละคร

 

แหล่งข่าววงการทีวีเปิดเผยว่า ค่าลิขสิทธิ์หนังต่างประเทศ โดยเฉพาะหนังฮอลลีวู๊ดนั้น มีราคาแพงมาก อยู่ที่ประมาณ 3-4 ล้านต่อเรื่อง ต่อการซื้อลิขสิทธิ์ไว้ประมาณ  2 ปี อีกทั้งมีเงื่อนไขกำหนดไว้ให้ออนแอร์อย่างจำกัดประมาณ 2-3 รอบต่อหนังแต่ละเรื่อง แล้วแต่สัญญาที่เซ็นแต่ละครั้ง

 

ในขณะที่ต้นทุนละครต่อตอนมีตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปจนถึงฟอร์มยักษ์จริงๆอาจจะถึง 5 ล้านบาทในบางตอน ดูผิวเผินแล้ว เหมือนละครไทยต่อตอนมีต้นทุนสูงกว่า แต่เมื่อเทียบกับค่าลิขสิทธิ์หนัง ที่เป็นรูปแบบการเช่ามาฉายแบบจำกัดรอบ และระยะเวลา แต่ละครเป็นลิขสิทธิ์ของแต่ละช่อง ที่สามารถนำมารีรันกี่รอบก็ได้โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม  นับว่าต้นทุนหนังเริ่มสูสีกับละครแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม การซื้อลิขสิทธิ์หนังต่างประเทศยังเป็นทางเลือกของแต่ละช่องทีวีดิจิทัล ที่ต้องการสร้างเรตติ้ง อุดช่วงว่างของบางช่วงเวลา ที่บางรายการที่ถอนตัว หรืออยู่ระหว่างการจัดผังรายการใหม่ เพราะนอกจากหนังฮอลลีวู๊ดแล้ว ก็ยังมีทางเลือกจากฝั่งเอเชีย ทั้งหนังจีน เกาหลี ญี่ปุ่นมาลงผังเรียกเรตติ้งแบบชั่วคราวได้ ในกรณีที่เป็นหนังดังกระแสแรง

 

จะเห็นได้ว่าแทบทุกช่อง ในส่วนของช่วงรายการภาคบันเทิง มักจะมีช่วงเวลาของหนังต่างประเทศลงผังกันทั้งนั้น

 

ในปี 2561 ที่ผ่านมา กลุ่ม โมโน เทคโนโลยี แจ้งผลประกอบการที่ตลาดหลักทรัพย์ว่า มีผลประกอบการทั้งปีขาดทุนอยู่ที่ 193.27 ล้านบาท ลดลงถึง 432% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีกำไร 58.17 ล้านบาท แต่ธุรกิจทีวีดิจิทัลเติบโต ทำรายได้ทั้งปี 1,891.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.24% จากการเติบโตของเรตติ้งช่องที่ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3

 

รายได้หลักของบริษัทมาจากการขายโฆษณาในสื่อทีวีดิจิทัล โดยมีรายได้ในส่วนนี้ทั้งปี 2561อยู่ที่ 1,891.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250.12 ล้านบาท หรือ 15.24% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีรายได้ 1,640.90 ล้านบาท ส่วนรายได้เฉพาะไตรมาส 4/61 อยู่ที่ 492.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.31% จาก ไตรมาส 4/60 ที่มีรายได้อยู่ที่ 336.84 ล้านบาท  ทั้งนี้เป็นการเติบโตตามเรตติ้งของช่องโมโนในปี 2561

 

จากข้อมูลของนีลเส็น ปี 2561 โมโนมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.853 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยช่องอยู่ที่ 0.702 และขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 มาเป็นอันดับ 3 ทั้งนี้คอนเทนต์เด่นของโมโนคือ ภาพยนตร์และซีรี่ส์ต่างประเทศ และยังเป็นช่องที่มีอัตราการเติบโตของเรตติ้งสูงสุดของปี 2561 ส่วนเรตติ้งเฉลี่ยของช่องโมโนในเดือนก.พ.ที่ผ่านมานั้น มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.825 อยู่ในอันดับ 3

 

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2562 นั้น โมโนระบุว่า ได้ปรับอัตราค่าโฆษณาในช่วงไพรม์ไทม์ขึ้นอีกประมาณ 50% เพื่อให้สอดคล้องกับเรตติ้งที่เพิ่มสูงขึ้น

 

แบ่งปันเนื้อหา
error: Content is protected !!