บริษัท บีอีซี เวิลด์ หรือกลุ่มช่อง 3 แจ้งผลประกอบการของ ไตรมาส 1 ปี 2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์ พบว่า รายได้รวมของบริษัท อยู่ที่ 1,308.2 ล้านบาท ลดลง 328.3 ล้านบาท หรือ 20.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2563 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,636.5ล้านบาท ไตรมาส1 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 138.8 ล้านบาท หรือ 145.5% จาก ไตรมาส 1 ปี 2563 ที่ขาดทุน 305.4 ล้านบาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่า สาเหตุหลักที่รายได้ลดมาจากรายได้โฆษณาลดลง แต่สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร และการตัดขายหุ้นในบริษัท เทโร ฯ (Tero Entertainment) ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา BEC World ต้องรายงานผลงานทุนอยู่ที่ราว 100-120 ล้านบาท

BEC ชี้แจงว่า ข้อมูลงบการเงิน มีจากการการลดต้นทุนดําเนินการ การลดขนาดองค์กรการยุติการออกอากาศช่อง 3 ในระบบอนาล็อก หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน โครงการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ และการถอดงบของ Tero ซึ่งทั้งหมดจะเป็นโครงสร้างต้นทุนใหม่ของกลุ่ม BEC ในปี 2564 โดยต้นทุนรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 อยู่ที่ 973.3ล้านบาท ลดลง 38.8% จากไตรมาสที่ 1 ปี 2563

รายได้โฆษณาลด 16.1%

รายได้จากขายเวลาโฆษณาไตรมาสแรกนี้ได้เพียง 1,174.5 ล้านบาท ลดลงจาก 1,400 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันปี 63 หรือลดลง 16.1% โดย BEC อธิบายว่า การลดลงของรายได้มาจากการขายนาทีโฆษณาที่ลดลงจากปัจจัยฤดูกาลในเดือนม.ค. ที่มีการใช้งบโฆษณาลดลงมากและ ผลมาจากการหดตัวอย่างมากของเม็ด เงินโฆษณาตามผลกระทบของ COVID-19 โดยรายได้จากขายเวลาโฆษณาเป็นสัดส่วน 89.78% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ละครเป็นรายการหลักในกลุ่มบันเทิงของช่อง 3 ซึ่งในไตรมาสแรกปีนี้ ละครไพรม์ไทม์ของช่อง 3 ผลงานยังไม่เด่น มีเพียงชุดละครค่ำ ที่ได้รับความนิยมสูง

รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น ในไตรมาส 1 ปี 2564 อยู่ที่ 133.7 ล้านบาท ลดลง 85.9 ล้านบาท หรือ 39.1% จาก ไตรมาส 1 ปี 2563 โดยเป็นการลดลงจากธุรกิจขายตั๋ว (ThaiTicket) ที่ถอดออกไปหลังจากการขายเงินลงทุนในบริษัท Tero เป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจการขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ และธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่มีการเปิดตัว Ch3+ ที่เป็น OTT Platform ของตัวเอง โดย BEC ระบุรวมๆว่ามียอดสมาชิกและคนใช้งานมากกว่า 1 ล้านคน แต่ไม่ได้ระบุจำนวนยอดสมาชิกทั้งหมด ทั้งสองส่วนนี้ มีรายได้รวมกันอยู่ที่ 126.1 ล้านบาท น้อยกว่าไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากไตรมาสที่แล้ว มีการขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ ที่นำไปออกอากาศแบบ Simalcast ทำให้สามารถขายลิขสิทธิ์ได้ในราคาสูงกว่า โดยรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นนี้ เป็นสัดส่วน 10.22% ของงรายได้รวม

กลุ่มรายได้จากคอนเสิร์ต ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตได้ แต่สัดส่วนรายได้จากคอนเสิร์ต และ รายได้จากขายสินค้า ที่มีสัดส่วนไม่ถึง 1 % ของรายได้รวม มี รายรับเป็น ศูนย์

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ทิศทางของกลุ่มช่อง 3 มี 2 ปัจจัยหลักจากเรื่องผลกระทบจากการระบาดระลอก 3 ของไวรัสโควิด-19 และ เรื่องการลงทุนรายการใหม่ๆ ในช่วงเดือนพ.ค.นี้

กลุ่มช่อง 3 เพิ่งประกาศปรับผังรายการครั้งใหญ่ในเดือนพ.ค. โดยเน้นกลุ่มรายการข่าวมากขึ้น จากการกลับคืนจอของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ซึ่งมีผลต่อความนิยมกลุ่มรายการข่าวของช่อง 3 ทั้งหมด เรตติ้งรายการข่าวดีขึ้น ในขณะที่รายการบันเทิง ในไตรมาส 2 มีการลงผังละครชุดใหม่ 3 เรื่อง “พราวมุก” “สองเสน่หา” และ “มนต์รักหนองผักกะแยง” ที่ขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศด้วย

 

Tagged