ความนิยม 9 เดือน ช่องทีวีดิจิทัล ปี 2562 เทียบ ปี 2561 ใครรุ่ง ใครโรย

เรตติ้งประจำปี

 

ผ่านไป 3 ไตรมาสของปี 2562 ช่องทีวีต่างก็แข่งกันสร้างความนิยม แต่กลยุทธ์และรูปแบบอาจแตกต่างกันไปด้วยความจำกัดของรายได้  การลงทุนทีร่มี่ขีดจำกัดมากกว่าปกติ  มาดูกันว่า ความนิยมของแต่ละช่องทีวีดิจิทัลในปี 2562 เมื่อแปรียบเทียบกับปี 2561 เป็นอย่างไรกันบ้าง ผลงานช่องไหนโดดเด่นที่สุด และช่องไหนลดลงเยอะสุด

 วอยซ์ทีวี หนึ่งเดียวขาขึ้นในกลุ่ม 7 ช่องคืนใบอนุญาต

เนื่องจากในปีนี้เป็นการทยอยลาจากของ 7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาต ผลงานในรอบ 9 เดือนของ 7 ช่องที่จากไป ส่วนใหญ่จึงลดลง มีเพียงวอยซ์ทีวีช่องเดียวในกลุ่มนี้ ที่มีเรตติ้งอยู่ในช่วงขาขึ้น ในรอบ 9 เดือนของปี 2561 วอยซ์ทีวีได้เรตติ้งเฉลี่ยเพียงแค่ 0.026 อยู่ในอันดับ 22 แต่มาในรอบ 9 เดือนของปีนี้ ผลงานของวอยซ์ทีวีเติบโตอย่างรวดเร็วมาก เพิ่มขึ้น 0.032 มาอยู่ที่อันดับ 17 เรตติ้งเฉลี่ย 0.058  การเติบโตของ วอยซ์ทีวี มาจากข่าวร้อนแรงทางเมืองเป็นเรื่องที่คนใส่ใจใคร่รู้ โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศในเดือนมี.ค.2562 ที่ผ่านมา ทำให้เรตติ้งของวอยซ์ทีวี เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

เรตติ้งรายเดือนของช่อง Voice TV ในปี 2562
ม.ค (อันดับ) ก.พ. (อันดับ) มี.ค. (อันดับ) เม.ย.(อันดับ) พ.ค.(อันดับ) มิ.ย.(อันดับ)
0.064 (16) 0.066 (16) 0.096 (16) 0.086 (16) 0.106 (15) 0.105 (15)

จากเรตติ้งเฉลี่ยรายเดือนของวอยซ์ทีวีในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า ก่อนที่จะยุติการออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ย.นั้น มีเรตติ้งเฉลี่ยช่องเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในเดือนพ.ค.ทำเรตติ้งเฉลี่ยได้ถึง 0.106 และยุติการวัดเรตติ้งตั้งแต่สิ้นเดือนมิ.ย. จึงไม่มีตัวเลขเรตติ้งของเดือนก.ค.และส.ค.ที่เป็น 2 เดือนสุดท้ายของการออกอากาศ

เนชั่นทีวี เรตติ้งเฉลี่ยขึ้นสูงสุดในรอบ 9 เดือน

สำหรับภาพรวมของทุกช่องทีวีดิจิทัลในรอบ 9 เดือนนี้ ช่องที่มีเรตติ้งเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด 

เป็นช่องข่าว “เนชั่นทีวี” มีเรตติ้งเฉลี่ย 9 เดือนของปีนี้อยู่ที่ 0.184 อยู่ในอันดับ 11 เพิ่มขึ้น 0.065 จากปี 2561 ที่อยู่ในอันดับ 14 ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 0.119   แน่นอนว่าจุดขายของ เนชั่นทีวี มาแรงแซงโค้งจากข่าวการเมือง เช่นเดียวกับช่องวอยซ์ทีวี แม้ว่าต่างคนต่างมีจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่จากเรตติ้งก็ทำให้เห็นว่า ช่องข่าวเป็นช่องที่คนดูใคร่รู้ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวใหญ่ ข่าวแรงหรือข่าวร้อน ซึ่งข่าวแรงข่าวร้อน ก็ส่งให้บางช่องโตแบบยั่งยืนมาแล้วอย่างกรณีไทยรัฐทีวีกับ ทีมหมูป่า ทั้ง 13 คน 

ช่อง One เป็นช่องอันดับ 2 ที่มีเรตติ้งสูงขึ้นรองจากเนชั่นทีวี มีเรตติ้งเฉลี่ย 0.578 และขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 5 หลังจากที่ปีที่แล้ว มีเรตติ้งเฉลี่ย 0.520 อยู่ในอันดับ 6 ซึ่งในปีนี้ช่อง One มีรายการช่วงเออรี่ ไพรม์ไทม์ และไพรม์ไทม์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งรายการประกวดร้องเพลง ละครเย็นและละครค่ำ 

อันดับ 3 ของช่องที่เรตติ้งเพิ่มเป็นช่องพีพีทีวี ที่ในปีนี้เติมรายการภาคบันเทิง วาไรตี้ เสริมเข้ากับรายการกีฬา และเพิ่มช่วงเวลาละครหวังเป็นหมัดเด็ด ช่องนี้เป็นช่องเงินหนา ลงทุนหนักเสมอ ทำให้เข้ามาติดกลุ่ม TOP10 ได้สำเร็จ และเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.200 เพิ่มขึ้นจาก 9 เดือนของปีที่แล้วที่ยังอยู่ในอันดับ 12 เรตติ้ง 0.161  ว่าแต่จะยืน ณ จุดนี้ ได้ตลอดรอดฝั่งมั้ย ต้องติดตาม

ในกลุ่มช่องขาขึ้นยังมี ไทยรัฐทีวี และอมรินทร์ทีวี ที่มีทั้งอันดับ และเรตติ้งเฉลี่ยช่องที่ดีขึ้น  ช่องละหนึ่งอันดับ โดยไทยรัฐทีวีมาอยู่ที่อันดับ 6 และอมรินทร์ทีวีอยู่ที่อันดับ 7 ทั้งสองช่องเป็นสองช่องคู่แข่งกันที่มีจุดเด่นเรื่องรายการข่าว แข่งกันตั้งแต่เวลาไพรม์ไทม์ยันดึก

ช่อง 8 เรตติ้งลดมากสุด ในรอบ 9 เดือน

ในรอบ 9 เดือน ช่อง 8 เป็นช่องที่มีเรตติ้งลดลงมากที่สุด จากเรตติ้งเฉลี่ย 0.546 ในอันดับ 5 ของปี 2561 หล่นลงมา มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.306 ลดลงถึง 0.240 มาอยู่ในอันดับ 8 จากความนิยมที่ลดลงของซีรีส์อินเดีย ที่เคยเป็นรายการหลักของช่อง 8 อีกทั้งการที่เป็นช่องที่ชัดเจนเรื่องการขายสินค้า มีช่วงเวลา TV Shopping มากมายหลายช่วง  จึงส่งผลต่อเรตติ้งเฉลี่ยของช่องหล่นเอา หล่นเอา  ทำให้ช่อง 8 ต้องแก้เกมมาเน้นการผลิตละครไทยเพิ่มขึ้น ผลตอบรับดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทะยานสู่จุดเดิม

ช่อง 3 HD เป็นช่องที่มีเรตติ้งลดลงมากเป็นอันดับ 2 จากเรตติ้งเฉลี่ย 1.397 ในปีที่แล้ว ลดลงมาอยู่ที่ 1.182 ลดลงถึง 0.215 เนื่องจากในปีที่แล้วช่อง 3 มีละครม้ามืดอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ที่มาสร้างปรากฏการณ์ทำเรตติ้งสูงสุดของละครยุคทีวีดิจิทัล ด้วยเรตติ้งตอนจบ 18.633 และเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่องอยู่ที่ 13.384 เป็นการสร้างสถิติไว้ที่ยังไม่มีใครมาโค่นลงได้ โดยในปีนี้ ช่อง 3 มีละครที่มีเรตติ้งสูงสุด ได้แก่ “กรงกรรม” และ “ทองเอกหมอยาท่าโฉลง” ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยทั้ง 2 เรื่องอยู่ที่ 6.256 และ 6.520 ค่าเฉลี่ยของละครหลายเรื่องแม้จะอยู่ในเกณฑ์ดี  แต่ก็เจอมรสุมละครฟอร์มใหญ่หลายเรื่อง ผลออกมาไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง จึงฉุดเรตติ้งเฉลี่ยของช่องลดลงมามาก

อันดับ 3 ช่องเวิร์คพอยท์มีการเปลี่ยนแปลงจากเรตติ้งเฉลี่ย 0.803 ในอันดับ 4 ในปี 2561 มาในปีนี้มีเรตติ้งลดลงมาอยู่ที่ 0.696 ลดลงถึง 0.107 แต่ยังรักษาอันดับ 4 ไว้ได้ แม้ว่าช่อง One มาแรงในช่วงระยะหลัง แต่ยังไม่สามารถแซงขึ้นมาได้

ในปีนี้เวิร์คพอยท์พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการหลากหลายมากขึ้น มีรายการกลุ่มทำอาหารเข้ามาเสริมผัง พยายามครีเอทรายการแนวใหม่เข้ามา แต่รายการใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของปีนี้ได้แก่รายการ “ 10 Fight 10” ที่นำดารา เซเลป มาต่อยมวยกันสดๆ  นอกนั้นผลด้านความนิยมไม่เป็นไปตามเป้า จนต้องหันมาหารายได้เสริมจากหลายช่องทางเพื่อเสริมรายได้จากค่าโฆษณาทางทีวี

ช่องทรูโฟร์ยู เป็นอีกช่องที่มีเรตติ้งลดลง จากอันดับ 13 เรตติ้งเฉลี่ย 0.150 ในปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่อันดับ 15 เรตติ้งเฉลี่ย 0.106 เท่านั้น  มาจากทั้งรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก มีความนิยมลดลง และรายการหลักที่เคยทำเรตติ้งดีอย่าง “ราคาพารวย”ความนิยมลดลงด้วยเช่นกัน

ส่วนช่อง 7 และ โมโน เรตติ้งลดลงเช่นกัน แต่ก็ไม่มากจนต้องนำมาเป็นประเด็น

จาก 3 ไตรมาสของปีนี้ผ่านมา นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้เป็นต้นไป ทีวีดิจิทัลในตลาดเหลืออยู่เพียง 19 ช่อง เป็น 4 ช่องทีวีสาธารณะภาครัฐ 15 ช่องธุรกิจ ที่จะต้องสู้กันต่อไปท่ามกลางการแข่งขันจากคอนเทนต์ออนไลน์ และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเป็นใจ ใครปรับตัวได้ดีที่สุด ไม่เดินหลงทาง  จัดวางคอนเทนต์ถูกใจผู้ชม ก็มีโอกาสสร้างรายได้ก้อนโต เพราะวันนี้ยังไงเม็ดเงินจากสปอตโฆษณาก็คือรายได้สูงสุดของช่องทีวีไทย

Share this: