รายได้ทีวีดิจิทัล

มูลค่าตลาดโฆษณาทีวีดิจิทัลเดือนเม.ย.62  : มูลค่ารวม 5,725 ล้านบาท

มูลค่าตลาดโฆษณาทีวีดิจิทัลเดือนเม.ย.62  : มูลค่ารวม 5,725 ล้านบาท

รายได้โฆษณา
ข้อมูลประมาณการรายได้โฆษณาของกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลเดือนเม.ย.ปี 2562 รวบรวมโดยนีลเส็น จาก 24 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีโฆษณาได้ ไม่รวมช่องไทยพีบีเอส และทีวีรัฐสภา พบว่า มีมูลค่ารวมทั้งหมด 5,725.09  ล้านบาท เพิ่มขึ้น  3.16 % จากเดือนเดียวกันของปี 2561 ที่มีมูลค่า 5,549.74  ล้านบาท เดือนเม.ย.เป็นเดือนที่มีเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่มีเม็ดเงินโฆษณาน้อยที่สุดช่วงหนึ่งของปี ลดลงจากเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ที่มีมูลค่ารวม 6,070.64 ล้านบาท เมื่อแยกมูลค่าโฆษณาตามกลุ่มช่องของกสทช. พบว่าเดือนเม.ย.กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2  กลุ่ม ทั้งกลุ่ม HD และ SD วาไรตี้ ที่เหลือกลุ่มช่องข่าว, ช่องเด็ก และช่องสาธารณะของรัฐ ที่มีโฆษณาได้ มีมูลค่าลดลง ทั้งนี้มูลค่าโฆษณาทั้งหมดนี้ เป็นการประเมินมูลค่าจากราคาขายเต็มของแต่ละช่อง ไม่ได้รวมส่วนลดและโปรโมชั่นของแต่ละช่องแต่อย่างใด ในกลุ่มช่อง HD ช่อง 3
เหตุผล ทำไมต้องคืน 2 ช่อง เมื่อกลุ่มช่อง 3 ขาดทุน ไตรมาสแรก ปีนี้ 128 ลบ.

เหตุผล ทำไมต้องคืน 2 ช่อง เมื่อกลุ่มช่อง 3 ขาดทุน ไตรมาสแรก ปีนี้ 128 ลบ.

ผลประกอบการ
หลังจากกลุ่มช่อง 3 แจ้งต่อกสทช.ว่าขอคืนใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่องในช่อง 3Family และช่อง 3SD ไปแล้ว ในเย็นวันเดียวกัน (10 พ.ค ) บริษัท บีอีซี เวิลด์ ซึ่งบริหารงานทีวีดิจิทัลช่อง 3 ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2562 พบว่ายังคงขาดทุน 128 ล้านบาท เป็นการขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อปี 2561 บีอีซี เวิลด์ ขาดทุนทั้งปี 330 ล้านบาท นับเป็นปีแรกที่ขาดทุนตั้งแต่จะทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สภาพการขาดทุนก็ยังต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2562 นี้ที่ขาดทุน128 ล้านบาท โดยขาดทุนเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ที่ขาดทุนอยู่ที่ 126 ล้านบาทด้วย บีอีซี เวิลด์ ได้รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2.023.8 ล้านบาท ลดลง 14.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,375.2 ล้านบาท โดยมีเหตุผลหลักจากการชะลอตัวของเม็ดเงิ
“คืนช่อง” ทีวีดิจิทัล เจ้าของลอยตัว คนวงการทีวีตกงาน

“คืนช่อง” ทีวีดิจิทัล เจ้าของลอยตัว คนวงการทีวีตกงาน

รายได้ทีวีดิจิทัล
วิเคราะห์ ม. 44 กับอนาคตของทีวีดิจิทัล ตอนที่ 4 จากมาตรการช่วยเหลือธุรกิจในวงการทีวีดิจิทัล ด้วยคำสั่งม.44 ฉบับที่ 4/2562 พร้อมมาตรการช่วยเหลือ ทั้งการงดการจ่ายค่าใบอนุญาต ค่าเช่าโครงข่าย ค่าส่งเสริมทำทีวีเรตติ้ง จนกระทั่งถึงการให้ยกเลิกใบอนุญาต ที่มาพร้อมกับเงินชดเชยในการออกจากธุรกิจ  ทำไปทำมา กำลังดูเหมือนว่า สูตรการคำนวณในการจ่ายเงินชดเชยให้กับช่อง  มีแรงจูงใจที่มากพลังจนทำให้เจ้าของช่องหลายรายหันมาคิดอยากเลิกทำธุรกิจมากกว่า ผลที่ตามมาคือแทนที่จะเป็นมาตรการเพื่อการเยียวยาวงการทีวีดิจิทัล ช่วยเหลือคนทั้งวงการอย่างจริงจัง กลับเป็นจุดวกกลับอย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมไปในวงกว้าง จุดเริ่มต้นของการคืนช่อง เพื่อให้ช่องที่ประสบภาวะขาดทุน สายป่านสั้น มีโอกาสที่จะก้าวออกจากธุรกิจนี้ได้ เนื่องจากกติกาเดิมของการประมูล เมื่อประมูลแล้วจะออกไม่ได้จนกว่าจะจ่ายค่าประมูลใบอนุญาตหมด แต่เมื่
วิเคราะห์ ผลดีของม. 44 กับอนาคตของทีวีดิจิทัล

วิเคราะห์ ผลดีของม. 44 กับอนาคตของทีวีดิจิทัล

รายได้ทีวีดิจิทัล
ตอนที่ 3 : เซฟค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล กลุ่มไหนลดค่าใช้จ่ายสูงสุด ค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล เป็นอีกหนึ่งของภาระหนักของกลุ่มช่องทีวีดิจิทัล ที่ต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หรือ MUX จากผู้ให้บริการโครงข่าย MUX ทั้งหมด 4 ราย 5 MUX ได้แก่ ททบ.5 จำนวน 2 MUX, ไทยพีบีเอส, อสมท. และกรมประชาสัมพันธ์ รายละ 1 MUX ราคาค่าเช่าโครงข่ายของ 5 MUX 4 ผู้ให้บริการมีการกำหนดราคาใกล้เคียงกัน โดย ททบ.5 ตั้งราคาค่าเช่า MUX ไว้ถูกว่าอีก 3 รายที่เหลือ โดยราคาค่าเช่า MUX ช่อง 5 สำหรับช่อง SD อยู่ที่ เดือนละ 3.5 ล้านบาท ส่วน ช่อง HD มีราคาค่าเช่า 3 เท่าของช่อง SD อยู่ที่ราคาเดือนละ 10.5 ล้านบาท อีก 3 ราย ตั้งราคาค่าเช่า SD ไว้ที่เดือนละ 3.6 ล้านบาท และ HD ที่ราคา 10.8 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้กลุ่มช่องทีวีดิจิทัลที่ใช้บริการ MUX ของททบ.5 มีทั้งหมด 14 ช่องประกอบไปด้วย  5 ช่อง HD -ช่อง 7, ช่องวัน, อ
วิเคราะห์ ผลดีของม. 44 กับอนาคตของทีวีดิจิทัล

วิเคราะห์ ผลดีของม. 44 กับอนาคตของทีวีดิจิทัล

รายได้ทีวีดิจิทัล
ตอนที่ 2 :เปิดรายได้ทีวีดิจิทัล บนเส้นทางวิบาก จากเส้นทางที่หวังว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ ของการเปิดตลาดทีวีดิจิทัลของไทย ด้วยการเปิดประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 โดยกสทช.  มี 29 บริษัท 41 คำขอเข้าร่วมประมูล จนมาสรุปที่ 17 บริษัท  24 ช่องใบอนุญาต ที่หวังในตัวเลขรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาในตลาดมากกว่าปีละ 6 หมื่นล้าน เหมือนช่องฟรีทีวีในอดีต กลับกลายเป็นเส้นทางสายวิบาก ที่ทุกรายต้องดิ้นรนฝ่าฟันกันอย่างหนัก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทีวีช่องแรกเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2498 ในระบบทีวีขาวดำ “ช่อง 4 บางขุนพรหม”  ตามมาด้วย “ททบ. 5 ” ในปี 2501 และ 2 ช่องเอกชน “ช่อง 7”  ในปี 2510 “ช่อง 3” ในปี 2513 เว้นช่วงระยะเวลาไปอีกถึง 20 ปี จึงมีทีวีอีก 2 ช่อง “กรมประชาสัมพันธ์”ในปี 2531 และ ทีวีเสรี หรือ “ไอทีวี”ในปี 2539  ซึ่งต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็น“ไทยพีบีเอส” ยุคทองของวงการทีวีเกิดขึ้นหลังจากปี 2521
บทวิเคราะห์ ม. 44 กับอนาคตทีวีดิจิทัล  (ตอนที่ 1 )

บทวิเคราะห์ ม. 44 กับอนาคตทีวีดิจิทัล (ตอนที่ 1 )

รายได้ทีวีดิจิทัล
ม.44 ลดหนี้ เพิ่มกำไร โชว์ชัดๆ ช่องไหน ปลดหนี้สูงสุด คำสั่งคสช. ที่ 4/2562 เพื่อปลดล็อคธุรกิจโทรคมนาคมและทีวีดิจิทัล โดยสาระสำคัญของการให้ความช่วยเหลือธุรกิจทีวีดิจิทัล คือ การปลดหนี้ให้กับ 22 ช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นช่องธุรกิจ เป็นจำนวนบริษัทผู้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ 19  บริษัท ไม่ต้องจ่ายค่าประมูล 2 งวดสุดท้าย และค่าเช่าโครงข่าย (MUX) ที่คิดเป็นมูลค่าการให้ความช่วยเหลือจากรัฐทั้งหมดอยู่ที่ 33,202 ล้านบาท ในจำนวน 33,202 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่า 13,622 ล้านบาท สำหรับการไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายและ อีก 19,580 ล้านบาท เป็นค่าเช่า MUX กลุ่มช่อง 3 ลดหนี้มากสุด เกือบ 1.8 พันล้าน จากข้อมูลเฉพาะการจ่ายค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายของกสทช. รวมมูลค่า 13,622 ล้านบาทนั้น ที่จัดกลุ่มผู้ให้บริการตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกันแล้ว จะพบว่า กลุ่มช่อง 3 เป็นกลุ่มที่ได้รับประโย
รายได้โฆษณาทีวีดิจิทัลเดือนมี.ค.หด 3.8% ช่อง 3 และ 7 กวาด 41%

รายได้โฆษณาทีวีดิจิทัลเดือนมี.ค.หด 3.8% ช่อง 3 และ 7 กวาด 41%

รายได้โฆษณา
ข้อมูลประมาณการรายได้โฆษณาของกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลเดือนมี.ค.ปี 2562 รวบรวมโดยนีลเส็น จาก 24 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีโฆษณาได้ ไม่รวมช่องไทยพีบีเอส และทีวีรัฐสภา พบว่า มีมูลค่ารวมทั้งหมด 6,070.64 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากเดือนเดียวกันของปี 2561 ที่มีมูลค่า 6,310.34  ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้โฆษณาเดือนก.พ.2562 ที่มีรายได้รวม 4,919.98 ล้านบาทแล้ว นับว่าเดือนมี.ค.นี้มีรายการได้โฆษณากระเตื้องขึ้นมาจากต้นปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าเดือนมี.ค.เป็นช่วงที่แต่ละช่องเริ่มจัดเต็มคอนเทนต์ลงผัง ทั้งนี้ประมาณการรายได้ทั้งหมดนี้ ยังเป็นราคาที่ยังไม่รวมส่วนลดและของแถม ช่อง 3 และช่อง 7 ยังเป็นสองช่องหลัก ที่ทำรายได้โฆษณามากที่สุด ในเดือนมี.ค.นี้ รายได้ของทั้งสองช่องคิดเป็นประมาณ 41% ของรายได้รวมทั้งหมด ทำให้เห็นว่าเม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ยังคงลงอยู่ที่ช่องใหญ่ แม้ว่าจะมีการเริ่มกระจายไปยังช่องใหม่ๆบ้างแล้ว ซึ่งราย
ตลาดโฆษณาทีวีดิจิทัลเดือน ก.พ.62 มูลค่ารวม 4,920 ล้านบาท เติบโตแค่ 2%

ตลาดโฆษณาทีวีดิจิทัลเดือน ก.พ.62 มูลค่ารวม 4,920 ล้านบาท เติบโตแค่ 2%

รายได้โฆษณา
ข้อมูลประมาณการรายได้โฆษณาของกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลเดือน ก.พ.ปี 2562 รวบรวมโดยนีลเส็น จาก 24 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีโฆษณาได้ ไม่รวมช่องไทยพีบีเอส และทีวีรัฐสภา พบว่า มีมูลค่ารวมทั้งหมด 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปี 2561 ที่มีมูลค่า 4,820 ล้านบาท เติบโตเพียง แค่ 2% ทั้งนี้ตัวเลขมูลค่าโฆษณารวมเดือน ก.พ. 62 ยังมีมูลค่าสูงขึ้นจากเดือน ม.ค. 62 ที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 4,667 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่างบโฆษณาเริ่มมามากขึ้น หลังจากผ่านพ้นช่วงเทศกาล วันหยุด ทำให้เห็นว่าทีวีแต่ละช่องเริ่มปล่อยของแข็งลงผัง หวังชิงเค้กมูลค่าโฆษณานี้มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามตัวเลขมูลค่าโฆษณาเหล่านี้เป็นเพียงการประมาณการที่จัดทำโดยนีลเส็น ยังไม่รวมส่วนลด และโปรโมชั่นของแต่ละช่อง ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ทุกช่องรวมทั้งช่องใหญ่อย่างช่อง 7 และช่อง 3 ก็ร่วมทำแพ็คเกจพิเศษหวังชิงส่วนแบ่งโฆษณากันเต็มที่ สำหรับรายได
“อสมท” เผยผลประกอบการปี 61 ขาดทุนลดลงกว่า 85%

“อสมท” เผยผลประกอบการปี 61 ขาดทุนลดลงกว่า 85%

ข่าวประชาสัมพันธ์, ผลประกอบการ
ข่าวประชาสัมพันธ์ อสมท รายงานงบการเงินปี 61 ขาดทุนลดลงจากปี 60 คิดเป็นร้อยละ 85 มีรายได้ 2,562 ล้านบาท เดินหน้าสร้างช่องทางหารายได้เพิ่มขึ้น พัฒนาที่ดินย่านรัชดา-พระราม 9 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่โครงการจากภาครัฐสร้างรายได้เพิ่มถึงร้อยละ 60 นายเขมทัตต์ พลเดช  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า“อสมท รายงานงบการเงิน ปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย       โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,562 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายรวมของ อสมท ในปี 2561 มีจำนวน 2,892 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 48 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560  เนื่องจากในปี 2560 บริษัทบันทึกการด้อยค่าใบอนุญาตดิจิทัล อุปกรณ์โครงข่าย และสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวน 2,087 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมค่าใช้จ่ายดังกล่าว ค่าใช้จ่ายรวมในปี 2561 ยังคงต่ำกว่าค่าใ
เรตติ้งลด รายได้โฆษณาหด เวิร์คพอยท์ ปี 61 กำไรลด 62%

เรตติ้งลด รายได้โฆษณาหด เวิร์คพอยท์ ปี 61 กำไรลด 62%

ผลประกอบการ, รวมเรื่องเด่น
ปี 2561 เป็นปีที่เวิร์คพอยท์เผชิญหน้ากับการแข่งขันสูง ขาดคอนเทนต์ปังเข้าเสริมผัง เรตติ้งลด ทำให้รายได้จากค่าโฆษณาลดลง 510 ล้านบาท หรือลดลง 15% แม้จะมีกำไร แต่ก็ลดลงมาอยู่ที่ 345 ล้านบาท ลดลงถึง 62% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ทำกำไรไว้ถึง 904 ล้านบาท เวิร์คพอยท์ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการในปี 2561 ว่า มีรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 3,594.28 ล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,852.50 ล้านบาท โดยลดลง 258.22 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7% ทั้งนี้รายได้ที่ลดลง มีสาเหตุหลัก มาจากรายได้ในธุรกิจทีวี ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากค่าโฆษณา ค่าโปรโมท ทั้งช่องทางทีวีดิจิทัลและช่องทางออนไลน์ ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,968.24 ล้านบาท ลดลงถึง 510.11 ล้านบาท หรือ 15% จากรายได้ในส่วนนี้ของปี 2560 ที่อยู่ที่ 3,478.35 ล้านบาท โดยเวิร์คพอยท์ชี้แจงว่า ส่วนที่ลดลงมากสุดคือรายได้ของช่องเวิร์คพอยท์ ที่ปี 2561 มี
error: Content is protected !!